นิตยสาร ชีวจิต

ปีที่ 16 ฉบับที่ 363 November 2013

ดูฉบับทั้งหมด

ข้อความบนปก

ปีที่ 16 ฉบับที่ 363 พฤศจิกายน 2556

Real Life หมอช็อกผ่าคลอดเด็กแขนกุด Smart protection สมาร์ทโฟนก่อต้อหิน Horrible! เผยนาทีคลั่งหลังกินยานอนหลับ Herb Lover's Guide สหัสธาราแก้ปวดชาชะงัด REALLY A HERO? เบาหวานงาบ ทอมแฮงค์ส Health Cycling ปั่นทั่วไทย หนีไกลทุกโรค Reprogram Her health ก้อย รัชวิน Amazing หูผู้หญิงบอกรักข้างซ้ายใส่ไฟข้างขวา Fit for Fun 6 Tricks แก้เบื่อออกกำลังกาย Caution! สาวโสดปากมาก "ต้องระวัง โรคเยื่อบุโพรงมดลูกถามหา" Perfect Face Lift ฝังเข็มยกเหนียง

รายละเอียด

ประเภท : นิตยสารสุขภาพรายปักษ์

ราคาบนปก : 55 บาท

ISSN : -

บริษัท : บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

เว็บไซต์ : www.cheewajit.com

อีเมล : -

วางแผง : 16 พฤศจิกายน 2556

ไม่มีการจำหน่ายนิตยสาร (เล่มกระดาษ) บนเว็บไซต์แล้ว
มีเฉพาะฉบับดิจิตอล (e-magazine) ที่อ่านผ่าน App Ookbee เท่านั้น

สั่งซื้อนิตยสาร ชีวจิต ปีที่ 16 ฉบับที่ 363 พฤศจิกายน 2556 ฉบับดิจิตอล (Digital Version) กับ Ookbee

ประหยัดลง 10 บาท จากราคาปก 55 บาท

ตัวอย่างเนื้อหา

Health Experience ก้อย รัชวิน

เมื่อเห็นพวกเรา-นายแบบนางแบบหรือดาราสวยสดใสอยู่ในโฆษณาหรือละครในจอโทรทัศน์ คุณผู้ชม (ผู้อ่าน ณ ขณะนี้) คงนึกไม่ออกว่า เราต่างเป็นคนธรรมดา ซึ่งหนีไม่พ้นวัฏสงสารการเกิดแก่เจ็บตาย โดยเฉพาะความเจ็บป่วยหลายอย่าง มาจากความเข้าใจผิดหรือการละเลยการดูแลสุขภาพ ในนิตยสารชีวจิตปักษ์นี้ คุณก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ จะมาเล่าประสบการณ์ดังกล่าวให้พวกเราฟังกันค่ะเริ่มจากก้อนเนื้อเล็กจิ๋ว เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน บริเวณต้นเหตุคือ น่องเรียวงามข้างซ้ายของก้อยนั่นเอง ปรากฎเป็นก้อนเล็กขนาดจิ๋วเท่าเมล็ดถั่วสองสามเมล็ด ซึ่งมักสะดุดมือ เวลาลูบ ขณะอาบน้ำหรือทาครีม ก้อยทิ้งเอาไว้อีกสองสามเดือน กว่าจะตัดสินใจไปหาหมอ เบื้องต้น ได้ยามากินและทา แต่เจ้าก้อนเล็กๆ เหล่านั้นก็ไม่มีทีท่าจะยุบลงเลย สุดท้ายจึงลงเอยที่การผ่าตัดเอาก้อนเล็กๆ นั้นออก ระหว่างนั้น ก้อยเครียดมาก เพราะแผลผ่าตัดทำให้เดินเหินลำบาก ยิ่งต้องซ้อมละครเวทีที่รับมาด้วย ชีวิตเลยยิ่งยาก เนื่องจากไปกระโดดโลดเต้นบนเวทีไม่ได้ ต้องนั่งเฉยๆ แล้วต่อเสียงพูดเข้าไป ยิ่งเป็นคนทุ่มเทกับงานมาก จึงไม่มีช่วงเวลาไหนทำให้รู้สึกแย่เท่านี้เลย คุณหมอที่ดูแลก้อย ก็เริ่มหมดความมั่นใจ เมื่อแผลที่ผ่าตัดไปแล้ว ไม่มีทีท่าจะหาย น้ำเหลืองยังไหลชุ่มผ้าก้อซปิดแผลทุกวัน ไหมเย็บแผลก็จมไปในเนื้อ เอาออกไม่ได้ ราวกับการผ่าตัดครั้งนี้คือ การปลุกอสูรร้ายในผิวหนังให้ยิ่งลุกลามกัดกิน สุดท้ายจากผลการตรวจเชื้อในห้องแลปพบว่า ก้อยติดเชื้อโรคประหลาด ปกติ เชื้อโรคนี้จะอยู่ในดิน พื้นหญ้า และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เราอาจติดมาเองหรือจากสัตว์ที่มีเชื้อโรคเหล่านี้ ซึ่งคุณหมอบอกว่าจะไม่ก่ออาการผิดปกติอะไร จนกระทั่งภูมิคุ้มกันในร่างกายตกลง เจ้าอสูรร้ายจึงอาละวาด โดยอาจปรากฎเป็นก้อนเนื้อบริเวณลำคอ ใบหน้า หรือ อวัยวะอื่นๆทั่วร่างกาย ฉะนั้น เมื่อพบที่น่องอย่างของก้อย จึงนับว่าโชคดีมาก และยิ่งโชคดี ที่พบในช่วงที่ยังรักษาได้ (แค่กินยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง นานหกเดือนเท่านั้น) เพราะบางคนปล่อยทิ้งไว้นาน เจ้าอสูรร้ายกัดกินลงไปจนถึงกระดูก จึงต้องตัดอวัยวะนั้นทิ้ง กลายเป็นคนพิการไปในที่สุด ดาราสาวสวยมากความสามารถ เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอไปแล้ว อยากทราบต่อว่า คุณก้อย รัชวิน ดูแลตัวเองอย่างไร และอะไรเป็นเหตุสนใจวิ่งมาราธอน ติดตามอ่านได้ที่ คอลัมน์ “On the Cover” นิตยสารชีวจิต ฉบับ 363 (16 พฤศจิกายน 2556)

Cycling for health ปั่นหนีโรคร้าย

ยุคนี้ การปั่นจักรยาน เป็นการออกกำลังกายอินเทรนด์ และคนฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง ผู้เขียนก็เคยจูงสองล้อคู่ใจสไตล์คลาสสิกออกไปปั่นกับเขาแล้วเหมือนกัน นับว่าเป็นการออกกำลังกายที่สนุกอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เชื่อว่า มีผู้อ่านอีกหลายคนยังไม่กล้าลอง เพราะไม่แน่ใจว่าปั่นแล้วจะให้ประโยชน์อะไร หรือบางคนอาจติดปัญหาอยู่ที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ชีวจิต จึงขอพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับการออกกำลังกายด้วยจักรยานครบทุกแง่มุมกันให้มากขึ้น พร้อมแล้วก็ลุยกันเลย!!! ปั่นเพื่อรีเซ็ตระบบร่างกาย มีข้อพิสูจน์แล้วว่า การปั่นจักรยานสามารถเป็นเครื่องมือรักษาโรคได้ แพทย์จึงมักแนะนำและส่งเสริมให้ผู้ป่วยนำไปปฏิบัติควบคู่กับการรักษาด้วย เพราะมีความปลอดภัยสูง และช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาหลายอย่างได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เฉลิม ชัยวัชราภรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบ วิจัย วัสดุและอุปกรณ์ทางการกีฬา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายที่มีความปลอดภัยสำหรับคนทุกเพศทุกวัย เพราะตำแหน่งการวางสรีระร่างกายเป็นไปตามแรงแนวโน้มโลก ร่างกายจึงทรงตัวได้ดี ลำตัวนิ่ง เคลื่อนไหวเฉพาะส่วนขาเท่านั้น จึงเป็นการออกกำลังกายที่มีประโยชน์และปลอดภัยต่อทั้งเด็กไปจนถึงผู้สูงวัย ถึงเป็นผู้ป่วยก็สามารถปั่นได้ เพราะไม่ต้องใช้ท่าทางในการเคลื่อนไหวและพละกำลังมากเท่ากับการออกกำลังกายชนิดอื่นๆ” ดังนั้น มาดูกันว่า ร่างกายจะได้รับประโยชน์อะไรจากการออกกำลังกายด้วยวิธีนี้บ้างเสริม ระบบภูมิชีวิต (Immune System) อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต ได้อธิบายเรื่อง ภูมิชีวิตไว้ว่า “แรกเริ่มเดิมทีนั้นภูมิชีวิตเป็นที่รู้จักกันในรูปของภูมิต้านทาน ซึ่งหมายถึง ระบบป้องกันทั้งหมดของร่างกาย” ตามปกติ ร่างกายเรานั้นทำงานเป็นระบบ และทุกระบบต่างก็ทำงานสอดประสานร่วมกัน แต่เมื่อร่างกายผิดปกติอันเนื่องมาจากได้รับเชื้อโรค หรือมีสิ่งแปลกปลอมที่เป็นท็อกซินเข้ามา ระบบภายในร่างกายจึงเสียสมดุลและเกิดความแปรปรวนในแนวทางชีวจิต วิธีที่ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายกลับมาทำงานอย่างสมดุลอีกครั้งนั้น จึงต้องใช้การปฏิบัติตัวตามหลักปัญจกิจที่อาจารย์สาทิสให้ไว้ คือ กิน นอน พักผ่อน ออกกำลังกาย และทำงานอย่างสมดุล อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง อธิบายว่า การออกกำลังกายจนถึงจุดพีค (peak) หมายถึง เหงื่อออกโซมกาย หัวใจเต้นแรง หรือชีพจรเต้นเร็วตั้งแต่ 100 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป จะช่วยกระตุ้นโกร๊ธฮอร์โมน (Growth hormone) ซึ่งเป็นตัวควบคุมและกระตุ้นภูมิชีวิตให้หลั่งมากได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การออกแรงหรือออกกำลังกายยังช่วยทำความสะอาดและซ่อมแซมร่างกายให้ดีดังเดิมรวมถึงเป็นวิธีที่สามารถนำท็อกซินซึ่งเป็นตัวทำลายภูมิชีวิตออกจากร่างกาย เพราะยิ่งท็อกซินมีมากเท่าไรเท่ากับว่า ภูมิชีวิตของเรากำลังถูกทำลายไปมากเท่ากัน ดังนั้น การออกกำลังกายจึงทำให้โกร๊ธฮอร์โมนเพิ่มขึ้น และช่วยกำจัดท็อกซินในร่างกายไปด้วย ภูมิชีวิตจึงดีขึ้น การปั่นจักรยานจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สร้างสมดุลภูมิชีวิตคืนกลับมา อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง แนะนำไว้ว่า “โกร๊ธฮอร์โมน(Growth Hormone) เป็นยาวิเศษตามธรรมชาติ เป็นตัวยาซึ่งจะเพิ่ม Immune System และเป็นยาที่ช่วยสร้างชีวิตของเซลล์ให้สดชื่นแข็งแรงตลอดไป “ถ้าเราหาทางให้โกร๊ธฮอร์โมนหลั่งได้อยู่เสมอๆแล้ว เราก็จะได้ยาวิเศษ ซึ่งจะชุบชีวิตของเราให้ สดชื่น กระปรี้กระเปร่า เป็นหนุ่มเป็นสาวได้นาน” การปั่นจักรยานจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิชีวิตให้ยังสมบูรณ์แข็งแรง เริ่มต้นก็แน่นด้วยประโยชน์แล้ว หากต้องการฟื้นฟู หล่อลื่น คลีนนิ่ง เร่ง ร่างกายให้ครบถ้วน ต้องทำอย่างไรบ้าง ติดตามอ่านต่อที่ คอลัมน์ “เรื่องพิเศษ” นิตยสารชีวจิต ฉบับ 363 (16 พฤศจิกายน 2556)

เกร็ดสุขภาพ : หายใจเพิ่มพลัง เรียกสติให้กาย

วันหนึ่งๆ มีเรื่องราวร้อยแปดพันเก้าให้คิดให้ทำมากมาย จนแทบลืมตัวว่ากำลังหายใจอยู่ ชีวจิตจึงชวน มาพักเรื่องงานสัก 2 -3 นาที แล้วหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ เพื่อปลุกสติให้อยู่กับกายกันค่ะ หนังสือ “ 8 พลังเสกหนึ่งวันธรรมดากลายเป็นวันพิเศษ” สำนักพิมพ์อมรินทร์How to เขียนโดย ริคาวะ นามิ ได้เสนอวิธีหายใจอย่างทรงพลังให้ผู้อ่านลองทำกันค่ะ 1. รวบรวมสมาธิไว้ที่ท้อง 2. หายใจเข้าทางจมูกลึกๆ ช้าๆ 3. ทำปากเป็นวงกลม หายใจออกแรงๆ พร้อมจินตนาการว่าสิ่งที่ไม่ดีกำลังหลุดลอยออกไปกับลมหายใจ 4. เมื่อสิ้นสุดลมหายใจออก ให้สูดอากาศเข้าไปใหม่ทางจมูก ทำเช่นนี้อีก 10 ครั้ง ทำทุกวัน จะช่วยเพิ่มออกซิเจนใหม่ๆให้ร่างกาย จิตใจสงบ ผ่อนคลาย ความเครียดลดลง และนอนหลับสนิทค่ะ

ชีวจิตชวนชิม กุยช่ายป้องกันมะเร็งคุณผู้ชาย กุยช่ายลดเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก

การศึกษาทางระบาดวิทยาและห้องปฏิบัติการพบว่า กุยช่ายและพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกัน ได้แก่ กระเทียม ต้นหอม หอมเล็กและหอมหัวใหญ่ อุดมด้วยสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และสารในกลุ่มออร์แกโนซัลเฟอร์ (Organosulfur) เช่น สารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารแอนติออกซิแดนต์ช่วยต่อต้านฟรีแรดิเคิลและยับยั้งการก่อตัวของเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง งานวิจัยหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน Journal of the National Cancer Institute ซึ่งเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอาหารประจำวันของชายชาวจีน ในเมืองเซี่ยงไฮ้ จำนวน 238 คน พบว่า ผู้ที่กินกุยช่ายและพืชในตระกูลเดียวกันเป็นประจำ มากกว่าวันละ 10 กรัม จะลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ทั้งนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งที่อวัยวะอื่นๆ ด้วย เช่น หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ดังปรากฏในวารสารวิชาการ The American Journal of Clinical Nutrition และ Journal of Nutritionเกาหลีกินกุยช่ายล้างไขมันในเลือด กุยช่ายเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ในอาหารประจำชาติเกาหลีหลายชนิด เช่น กิมจิ ซุปต่างๆ นักวิทยาศาสตร์เกาหลีจึงสนใจศึกษาประโยชน์ของกุยช่าย โดยหนึ่งในนั้นคือคุณสมบัติเกี่ยวกับการลดไขมันในเลือด งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Korean Nutrition Society ให้ข้อมูลการทดลองว่า หลังจากทีมนักวิจัยเลี้ยงอาหารหนูทดลองจนอ้วน จากนั้นจึงป้อนสารสกัดจากใบกุยช่ายต่อเนื่องนาน 4 สัปดาห์ หลังสิ้นสุดการทดลอง ผลปรากฏว่า หนูทดลองมีระดับไขมันในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ เภสัชกรหญิงจุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก อธิบายสรรพคุณทางยาของกุยช่ายในหนังสือสมุนไพรลดไขมันในเลือด 140 ชนิด ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้เหง้า มีสรรพคุณทำให้ร่างกายอบอุ่น ขับสิ่งคั่งค้าง ลดอาการท้องอืด ตกขาว แก้ฟกช้ำ ลดอาการบวม ต้น มีสรรพคุณแก้โรคนิ่ว หนองใน ส่วนใบ ลดไขมันในเลือด ขับปัสสาวะ แก้ช้ำใน เมล็ด ขับพยาธิเส้นด้าย ขับโลหิตประจำเดือน คุณแม่บ้านท่านใดทราบแล้ว รีบหาเมนูหลากหลาย ทั้งกุยช่าย และผักในตระกูลเดียวกัน มาปรุงอาหารป้องกันโรคร้าย ไม่ให้มากล้ำกรายคุณผู้ชายกันค่ะ

สูตรอาหารชีวจิต พุดดิ้งน้ำเต้าหู้มะม่วง

ประสปการณ์สุขภาพ How-to เช็กนิสัยการนอนทำป่วย

ผมว่าเรื่อง “นอน” เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตของคนเรา รองมาจากเรื่องการกิน ในเรื่องการแพทย์ซึ่งเกี่ยวกับการนอน ผมคิดว่าเราจำจากฝรั่งมาใช้มากเกินไป ทั้งๆที่เรื่องการนอนเป็นเรื่องจำเป็นทางธรรมชาติ ธรรมชาติบังคับว่า เมื่อกินแล้วต้องนอน เมื่อทำงานแล้วก็ต้องนอน ไม่ว่าจะทำอะไรๆมาตลอดวัน ถึงเวลากลางคืนเราต้องนอน เมื่อสมัยผมยังเป็นเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ไม่เคยได้ยินคำว่า “สุขภาพ” พอเรียนถึง ป.4 ครูเอาตารางสอนมาให้จึงเห็นคำว่า “สุขศึกษา” เข้าใจว่าคงเป็นคำแรกๆเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ แต่ไม่มีใครนึกถึงคำนี้ ก็เลยเอาคำว่า “สุขศึกษา” มาใช้ ดูหน้าตาคุณครูก็รู้สึกว่า ท่านทำหน้าที่งงๆอยู่ สมัยก่อนเด็กนักเรียนไม่ค่อยเก่งกล้าเหมือนเด็กสมัยนี้ ครูไม่อธิบาย เด็กก็ไม่กล้าถาม ยิ่งเวลามีครูที่ขึ้นชื่อว่า “ดุ” เดินเข้ามาสอน นักเรียนจะตัวแข็งนั่งตัวตรง ไม่กล้ากระดิกตัว สมัยก่อนเด็กกลัวครู เลยไม่มีใครกล้าถาม และก็ไม่มีใครตอบ เพิ่งมารู้ความเมื่อเป็นนักเรียนโตขึ้น ยิ่งเมื่อเรียนสูงขึ้นถึงระดับมหาวิทยาลัย จึงทราบว่า เรื่องการนอนซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติแท้ๆนั้น เรากลับไม่ได้พูดถึงความเป็นธรรมชาติเลย แต่กลับไปลอกวิชาการแบบครึ่งๆกลางๆของฝรั่งสมัยแรกๆมา เราถูกสอนว่า คืนหนึ่งๆต้องนอนให้ได้ 8 ชั่วโมง การนอน 8 ชั่วโมงนั้น เราถูกสอนกันมานาน มาจนกระทั่งบัดนี้ จากชั้นประถมจนถึงมัธยม และระดับมหาวิทยาลัย ขนาดจบมหาวิทยาลัยออกมาทำงานใหญ่โต ถูกถามก็จะตอบตามเดิมว่า ต้องนอนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง นั่นเป็นคำสอนเก่ามาก จนบัดนี้ความรู้เรื่องการนอนมีมากมาย มีการศึกษาเรื่องการนอนและวิธีนอน ฝรั่งตื่นตัวจนกระทั่งทุกมหาวิทยาลัยแพทย์ต้องมี SLEEP CLINIC กันทั่วทุกมหาวิทยาลัย ความรู้ในเรื่องการนอนมีมากมาย ได้ศึกษาเรื่องการนอน กลไกการนอน กลไกระบบต่างๆของร่างกาย ได้ข้อสรุปว่าการนอนที่ดีและถูกต้องนั้นไม่ได้อยู่ที่ระยะเวลาหรือชั่วโมงของการนอน แต่อยู่ที่อาการของการนอนนั้น คุณสามารถนอนได้หลับสนิทและหลับลึกหรือเปล่า เพราะถ้าคุณหลับลึกและหลับสนิทได้ คุณก็จะได้ยาวิเศษจากสมองของคุณเอง ยาวิเศษนี้ช่วยให้คุณแข็งแรงสดชื่น และจะหลั่งออกมาเมื่อคุณหลับสนิทและหลับลึก นอนกี่ชั่วโมงไม่สำคัญ เมื่อหลับสนิทหลับลึก ร่างกายจะบอกคุณเองว่าควรจะตื่นได้แล้ว นอนเช่นนี้ นอนเพียง 5 ชั่วโมงก็เพียงพอ หกชั่วโมงกำลังดี แปดชั่วโมงหรือบางคนนอนสามวันสามคืน แบบที่เรียกว่านอนกินบ้านกินเมืองนั้น ลองไปคุยกับเขาดูบ้าง เขาดูจะเหมือนคนเมา สะลึมสะลือพูดไม่รู้เรื่อง เพราะนอนนานเกินไป ท็อกซินสะสมในตัวมากเกินไป นอนมากเกินไปแทนที่สุขภาพจะแข็งแรงกลับกลายเป็นคนป่วยไป ลองเช็ก หรือตอบคำถามแบบสำรวจตัวเองดูสักหน่อยดีไหมครับ วิธีการเช็กว่า คุณป่วยเพราะนอนไม่ดี หรือนอนไม่ถูกต้องหรือเปล่า อยากทราบว่ามีอะไรบ้างนั้น ติดตามอ่านต่อได้ที่ คอลัมน์ “ปัญจกิจสุขภาพ” นิตยสารชีวจิต ฉบับ 363 (16 พฤศจิกายน 2556)

นิตยสาร ชีวจิต

ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพ ป่วยก็ต้องอ่านไม่ป่วยก็ต้องอ่าน

ดูฉบับทั้งหมด


บุคคล

#กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม (เจเจ)#กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา#กันต์ กันตถาวร#ชลิตา ส่วนเสน่ห์ (น้ำตาล)#ณภัทร เสียงสมบุญ (นาย)#ณเดชน์ คูกิมิยะ (แบรี่)#อุรัสยา เสปอร์บันด์ (ญาญ่า)#มาริโอ้ เมาเร่อ (โอ้)#จรินทร์พร จุนเกียรติ (เต้ย)#พาขวัญ สหวงษ์ (มะลิ)#อารยา เอ ฮาร์เก็ต (ชมพู่)#พัชราภา ไชยเชื้อ (อั้ม)#ตรีชฎา มาลยาภรณ์ (ปอย)#ดาวิกา โฮร์เน่ (ใหม่)#ปริญ สุภารัตน์ (หมาก)#คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ (คิม)#เจษฎาภรณ์ ผลดี (ติ๊ก)#จิรายุ ตั้งศรีสุข (เจมส์จิ)#ศุกลวัฒน์ คณารศ (เวียร์)#ราณี แคมเปน (เบลล่า)#ณัฐ ศักดาทร (นัท AF4)#ปราชญา เรืองโรจน์ (สิงโต)#พีรวัส แสงโพธิรัตน์ (คริส)#ลลนา ก้องธรนินทร์ (เจี๊ยบ)#ภูภูมิ พงศ์ภาณุ (เคน)