นิตยสาร HI!

ปีที่ 8 ฉบับที่ 10 June 2010

ดูฉบับทั้งหมด

ข้อความบนปก

ปีที่ 8 ฉบับที่ 10 มิถุนายน 2553

FASHION COVER y-gen   HI! TECH different perspective  RUNWAY best of elegance institu fuer mode schaffen, frankfurt / m, germany

รายละเอียด

ประเภท : นิตยสารแฟชั่นรายเดือน

ราคาบนปก : 100 บาท

ISSN : 1685-6236

บริษัท : บริษัท ภัทรเอชีย พับลิชชิ่ง จำกัด

เว็บไซต์ : www.hi-magazine.com

อีเมล : contact@hi-magazine.com

วางแผง : 30 มิถุนายน 2553

ไม่มีการจำหน่ายนิตยสาร (เล่มกระดาษ) บนเว็บไซต์แล้ว
มีเฉพาะฉบับดิจิตอล (e-magazine) ที่อ่านผ่าน App Ookbee เท่านั้น

สั่งซื้อนิตยสาร HI! ปีที่ 8 ฉบับที่ 10 มิถุนายน 2553 ฉบับดิจิตอล (Digital Version) กับ Ookbee

ซื้อเลย
ตัวอย่างเนื้อหา

y-gen โดย ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต

hi! interview

เจ - มณฑล จิรา Jay - Montonn Jiraบ่อยครั้งที่คนเรามักมีคำถามที่อยากจะถามกับบางคน แต่ในหลายๆ คำถาม เราก็ไม่สามารถถามได้ อาจจะด้วยเพราะความที่ไม่ได้สนิทสนมกับบุคคลคนนั้น หรืออีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เราไม่มีโอกาสที่จะถาม ...เจ - มณฑล จิรา เป็นหนึ่งในจำนวนคนหลายๆ คนของวงการบันเทิงที่ไม่ค่อยมีใครมีโอกาสพูดคุยกับเขามากนัก บางคนก็ว่า เขาไม่ค่อยปรากฏตัวตามสื่อ บางคนก็ว่า เขาเป็นคนคุยด้วยยาก...คนนึง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เมื่อเราจบการสนทนากับเจ เราคิดว่าเราพอรู้แล้วว่าทำไม “คงเพราะเจ ไม่ค่อยยอมตอบในสิ่งที่คนต้องการจะฟังมากกว่า เขาไม่พูดในสิ่งที่ตัวเองไม่เชื่อ และเขาเลือกที่จะพูดและตอบทุกอย่างตามที่ตัวเองคิดและมองเห็นว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ มากกว่า” ซึ่งจริงๆ แล้ว มันก็เป็นเรื่องถูกต้องแล้ว เพียงแต่บางครั้งมันอาจไม่ถูกใจคนถาม เท่านั้นเอง

hi! reality

Waii - Kamikaze ...Cutie Girl หวาย - กามิกาเซ่ ฮิปฮอปของสาวน้อยวัยใสสาวน้อยตาโตสไตล์เกาหลีกำลังเป็นที่ฮอตฮิตอินเทรนด์ และสำหรับ hi! reality ฉบับรับฤดูฝนนี้ น้องหวาย - ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์ อาสาพากินพาเที่ยวแบบวัยรุ่นวัยใส อยากรู้ว่าเด็กๆ สมัยนี้เขามีที่ Hang out กันแบบปลอดภัยไร้สิ่งเสพติดที่ไหนบ้าง เราขอแนะนำให้ติดตามน้องหวายไปพร้อมๆ กัน เพราะสาวตาโตแก้มป่องของเราคนนี้ ก็เป็นหนึ่งในเด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถรอบตัว ฉลาดรู้จักคิด และไม่ลังเลที่จะเลือกแต่สิ่งที่ดีๆ ให้ตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องขนมนมเนย อาหารการกินแสนอร่อยที่หวายบอกกับเราพร้อมรอยยิ้มว่า “เรายังเด็กนะคะ อยากทานก็ต้องทานให้เต็มที่ เรื่องลดน้ำหนักเดี๋ยวค่อยว่ากันค่ะ”

hi! gorgeous

ณัฐญาณี รัตนไพฑูรย์ ปี 3 คณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ‘เชอรี่’ สาวก้านยาวช่างเม้าท์ ผู้ที่ยอมรับว่าตัวเองนั้นพูดมากถึงขั้นสุด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะเธอคนนี้เคยครองตำแหน่งนางงามมิตรภาพเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 2007 มาแล้ว“งานอดิเรกคือการวาดรูปค่ะ มันเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ ชอบวาดรูปแนวป็อปอาร์ต ไม่ได้เรียนทางด้านศิลปะหรอกค่ะ แต่ก็พอมีความสามารถบ้าง การท่องเที่ยวคนเดียวก็เป็นอีกสิ่งที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ บางทีก็ไปปั่นจักรยานที่สวนรถไฟ บางครั้งก็ไปพายเรือ “ที่เรียนสาขาภาษาอังกฤษ เพราะอยากเป็นพิธีกรค่ะ แต่ถ้าสิ่งที่ท้าท้ายที่สุดในตอนนี้ เชอรี่อยากเป็นผู้ประกาศข่าว จริงๆก็อยากเป็นหลายอย่างนะคะ เปลี่ยนไปเรื่อยตามอายุ ตอนนี้ที่คิดว่าสนใจและอยากทำก็คือร้านเสื้อผ้า เรามีแบบในหัว แต่ไม่มีความสามารถในการตัดเย็บ อีกอย่างต้องเรียนเรื่องธุรกิจเพิ่มด้วย คิดว่าเรายังรู้น้อยไป “คอนเซ็ปต์ในการใช้ชีวิตของเชอรี่ต้องสามารถปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ได้เสมอ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องคงความเป็นตัวของเราอยู่ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งหมดเพื่อความอยู่รอดในสังคมนี้”คติประจำใจ “มองโลกในด้านบวกไว้ อยู่ที่ไหนก็มีความสุข”
ธนณัฏฐ์ ภูวะนสุขสุนทร ปี 3 คณะบริหาร Logistics มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ ‘มอส’ ผู้ชายมีสเต็ปที่รักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ ลุคสดใสบวกวิธีการมองโลกในแง่บวก ทำให้เขากลายเป็นผู้ชายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบสมวัย“ผมเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มง่าย ขำง่าย ความสามารถพิเศษคือการเต้นป๊อปปิ้น เป็นการเต้นที่ต้องเคลื่อนไหวในลักษณะไหลไปเรื่อยๆ คล้ายปลาไหล ที่ถูกใจเพราะได้ชมคลิปวิดีโอมาเยอะ เลยลองฝึกด้วยตัวเอง ผมชอบ Rain ชอบ Se7en เขาสื่ออารมณ์ในการเต้นออกมาได้ชัดมาก” “ที่ผ่านมาก็เคยประกวดเต้นมาเยอะ มีอยู่ครั้งนึงที่ค่ายเจวายพีของเกาหลีเคยเรียกไปดูตัว แต่ก็ไม่ได้ ผมไม่เสียใจนะ แค่เขาเรียกตัวไป ผมก็ดีใจแล้ว” “ผมไม่ได้เลือกเรียนเต้นในระดับมหาวิทยาลัย เพราะคิดว่าอายุการใช้งานมันสั้น แต่เลือกเรียนด้านบริหารมันกินได้ยาวกว่า อีกอย่าง Logistics เป็นของใหม่ เป็นการเรียนที่ต้องใช้ตรรกะเยอะ ในอนาคตผมอยากทำร้านกาแฟ ปกติก็ชอบเข้าร้านกาแฟอยู่แล้ว อยากลองมีร้านเป็นของตัวเองบ้าง ผมอยากสร้างฐานะให้เร็วที่สุดก่อนอายุ 30”คติประจำใจ “อยากสำเร็จต้องอยู่ใกล้คนสำเร็จแล้ว”

hi! runway

Best of Elegance PISIT SIRIHAMARATInstitut fuer Mode Schaffen, Frankfurt/M, Germanyจากอดีตเด็กนักเรียนที่พลาดหวังจากการสอบเอนทรานซ์ สู่นักออกแบบเสื้อผ้าเลือดใหม่ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดแห่งวงการแฟชั่นไทย เจ้าของแบรนด์ดังผลงานเนี้ยบ Klar ‘พิสิษฐ์ ศิริเหมะรัตน์’ ดีไซเนอร์ไทยผู้ปลดปล่อยแฟชั่นออกจากสารบบเดิม ผู้ตั้งกฎของสไตล์ในเกณฑ์ที่เรียกว่า ‘Good Fitting’“ถ้านึกย้อนหลังกลับไป ตอนเด็กๆ ผมชอบวาดรูปแบบลากเส้นให้เป็นคิวบิก ซึ่งแต่ก่อนก็ไม่รู้ว่ามันคือศิลปะแบบ cubism เส้นลากมั่ว ไม่มีตัวตน รูปทรงเหลี่ยมบล็อก และวัตถุประหลาดที่ไม่มีในโลกนี้ แต่น้ำหนักของภาพก็ลงตัวเสมอ ชีวิตในวัยเด็กของผมค่อนข้างกลับตาลปัตรกับเพื่อน ในขณะที่คนอื่นกำลังเริ่มตั้นชีวิตปีแรกในมหาวิทยาลัย แต่ผมเริ่มทำงานอยู่ที่ห้องเสื้อดวงใจบีสของพี่ตั้ว-กีรติ ชลสิทธิ์ ตอนนั้นดีใจแทบตายที่สามารถทำงานหาเงินได้เองตั้งแต่อายุ 17 ในขณะเดียวกันก็เรียนคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษที่รามคำแหงควบคู่ ไปๆมาๆสุดท้ายก็ต้องออก เพราะหลายเหตุหลายปัจจัยและ หลายครั้งที่เข้าสอบไม่ทัน สายไป 5 นาที แม้เผื่อเวลาเดินทางแล้ว 3 ชั่วโมง เพราะแค่ปัญหาการจราจรในกรุงเทพจริงๆ ตอนนั้นตัดสินใจเลิกเรียนและทำงานอย่างเดียว และฝันตลอดว่าต้องไปเรียนที่ยุโรปให้ได้ และ ณ วันนี้ผมก็ไม่เคยนึกเสียใจที่ไม่ได้เข้ามาอยู่ในวงจรระบบการศึกษามหาวิทยาลัยในไทย เพราะมันไม่สนุกเอาเสียเลย จึงตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี แต่ชีวิต 6 ปีที่นั่นก็ต้องทำงานทุกสิ่งอย่างเพื่อส่งตัวเองเรียน ไม่ได้อยู่อย่างสบาย ต้องรับจ๊อบตั้งแต่ทำความสะอาดเพนท์เฮ้าส์ไปจนถึงทำสวน จำได้ว่าครั้งนึงเคยหลังเดาะเพราะยกของหนักมากไป ตลอดระยะเวลา 6 ปี ผมขอเงินจากทางบ้านเพียงแค่ 100,000 บาทเท่านั้นเอง” นักครีเอทที่หลายคนอาจไม่เคยรับรู้ถึงประสบการณ์อันมากมายในโลกของการประกวดแฟชั่น โดยในช่วงกำลังศึกษาอยู่นั้น ‘ทิม’ ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดแฟชั่นมากมาย ทั้งยังเป็นนักเรียนแฟชั่นฝีมือดี ถึงกับได้รับคัดเลือกจาก Mode Workshop ที่เยอรมนีเพื่อค้นหานักศึกษาแฟชั่นหัวกะทิ 5คน ทั้งประเทศเยอรมนีร่วมในโปรเจ็กต์ Fashion workshop ที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2000 ซึ่งคล้ายกับรายการเรียลลิตี้ Project runway ในสมัยนี้

hi! dining

Southern Charm อิ่มอร่อยแบบยุโรปตอนใต้ ขึ้นชื่อว่าเป็นบาร์ที่ดึงดูดให้เหล่าคนรักไวน์ต้องมาสัมผัส ด้วยที่ตั้งใจกลางเมืองอย่างสี่แยกอโศก เอาใจคนรักอาหารประเภททาปาสรสอร่อยท่ามกลางบรรยากาศใจกลางเมืองห้องอาหาร ‘Tapas Y Vino (ทาปาส อี วีโน)’ แห่งโรงแรมแกรนด์มิลเลนเนียม สุขุมวิท โดดเด่นด้วยความประณีตในการสรรหาทาปาสและไวน์เลิศรสจากสเปนและประเทศต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนั้นยังรวมไปถึงอาหารแบบยุโรปตอนใต้จานคลาสสิคแบบฉบับของฝรั่งเศสและสเปน การตกแต่งและจัดไฟที่ดึงดูดสายตาด้วยสีจัดจ้านแบบความเริงร่าแบบอบอุ่นแห่งยุโรปตอนใต้ เห็นได้จากผนังสีแดงสดและเฟอร์นิเจอร์ที่ตบแต่งโทนอบอุ่นสีน้ำตาลแบบไม้โอ๊ค พร้อมมีมุมให้เลือกนั่งจิบไวน์ได้ทั้งแบบอาร์มแชร์และบริเวณบาร์ เป็นต้น เมนูของที่นี่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่จากแรงบันดาลใจในอาหารเอเชีย ‘ทาปาส’ เมนูคลาสสิคในแบบฉบับ สเปน แหล่งกำเนิดทาปาสอันเลื่องชื่อ เสิร์ฟพร้อมไวน์รสนุ่มจากโลกเก่าและใหม่ พร้อมให้แกล้มคู่กับทาปาสหลากหลายพอดีคำสุดเพลิน ส่วนอาหารดาวเด่นจากแดนกระทิงสเปนที่เราชวนให้ชิมคือ ข้าวผัดร้อนๆ หอมกรุ่นคลุกแซฟฟรอนและเครื่องปรุงหลากหลาย มีให้เลือกทั้งซีฟู้ด เนื้อสัตว์ และสไตล์มังสวิรัติ พร้อมเสิร์ฟสไตล์สเปนแท้ๆ อย่าง ‘ปาเอย่า ซีฟู้ด’ ที่รวมเอากุ้ง หอยแมลงภู่ หอยเชลล์ ปลาหมึก หอยตลับ และถั่วลันเตาเสิร์ฟพอดีคำ หรือจะ ’ปาเอย่า สารพัดเนื้อ’ ทั้งเนื้อหมูนุ่มๆ ไส้กรอกโชริโซ่ ปีกไก่ พริกไทย และถั่วลันเตา น่าจะถูกลิ้นคนรักเนื้อได้ไม่ยาก และชาวมังสวิรัติ ห้ามพลาด ‘ปาเอย่า มังสวิรัติ’ ที่เสิร์ฟเห็ด ผักโขม มะเขือเทศ และถั่วลันเตาหอมกรุ่นอร่อยลิ้น นอกจากนี้ยังมีเมนูทาปาสหลากหลายให้เลือกชิมกัน จะเลือกรับประทานคู่กับไวน์รสนุ่มต่างๆ จากทั่วโลกเอาใจคนรักไวน์ที่พิถีพิถัน แต่ที่แนะนำคือ ‘ไวน์แซงเกรียสัญชาติสเปน’ ที่ผสมเนื้อผลไม้ หรือไม่ว่าจะเป็นไวน์ขาวแซงเกรียรสชาติเยี่ยมแกล้มอาหาร ภายใต้บรรยากาศแบบสเปนแท้ๆ พร้อมเสียงดนตรีไพเราะแสนคลาสสิคสไตล์สเปน ทุกคืนวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 18:00 – 21:00 น.ลองมาทำความรู้จักกับเชอร์รี่ไวน์มากขึ้น ว่าอร่อยแค่ไหนเมื่อได้จิบแกล้มกับทาปาส ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของดินแดนยุโรปตอนใต้ที่ ‘Tapas Y Vino’ โรงแรมแกรนด์มิลเลนเนียม สุขุมวิทร้านทาปาส อี วีโน เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันอาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.30 น. สำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2204-4158 หรืออีเมล์ fb@grandmillenniumskv.com

hi! hotel & resort

Sleek & Chic Stay ก้าวข้ามพันธนาการเดิม สู่การดีไซน์อันยิ่งใหญ่โฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย พร้อมมอบความแตกต่างโดยสิ้นเชิงให้กับโลกของการพักผ่อนและบริการ คือคำจำกัดความของโรงแรมแห่งใหม่ในบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ที่เปิดตัวไปล่าสุด หากคุณได้แวะเวียนไปทางยุโรปตอนใต้ ขอแนะว่าไม่ควรพลาดชม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล บาร์เซโลนา (Mandarin Oriental Barcelona) ที่ได้รับการตกแต่งและออกแบบตามลักษณะแบบคอสโมโพลิแทน พร้อมเอกลักษณ์แบบเมืองใหญ่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมคงความเป็นแบรนด์แมนดาริน โอเรียนเต็ล เอาไว้อย่างภูมิฐานและสง่างาม ความน่าสนใจของที่นี่คือการผสาน 3 ปัจจัยเข้าด้วยกัน ทั้งที่ตั้งใจกลางเมือง การดัดแปลงสถานที่จากธนาคารมาเป็นโรงแรมหรู และโจทย์การออกแบบที่ท้าทายของดีไซเนอร์ ต้องบอกว่าการออกแบบนั้นโก้เก๋และเล่นด้วยสีสันสดใสแต่เบาตา กล้าใช้สีขาวอย่างพอดีสัดส่วน ผสมกับการสร้างความโค้งมนของรูปลักษณ์ภายในให้ดูลื่นไหลสะอาดสะอ้านเอกลักษณ์ของนักออกแบบคนเก่ง พร้อมการเล่นกับฉากมุมของเรขาคณิตสร้างมิติให้กับผนัง ลวดลายกราฟฟิคถูกนำมาใส่อยากลงตัวกับสีสันที่เลือกสรร งานดีไซน์ของ Patricia Urquiola นักออกแบบหญิงชาวสเปน ทำให้สรรพสิ่งที่อยู่ด้วยกันดูเบาไร้น้ำหนัก และดูเฉียบล้ำก้าวหน้าแบบแนวทางการออกแบบสู่อนาคต ตื่นตากับสถาปัตยกรรมออกแบบภายในแล้ว ของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ยังชวนทึ่งด้วยแรงบันดาลใจจากความกลมกลึงเป็นวง ที่ทุกชิ้นได้รับการออกแบบพิเศษและผลิตจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์อันโด่งดัง ทั้ง B&B Italia, DePadova, Flos และ Moroso เก้าอี้วางแขนแสนสบายสไตล์สแกนดิเนเวียนในห้องอาหาร Moments หรือพรมตาร์ตันชวนนึกถึงคลับของสุภาพบุรุษสมัยก่อนที่ปูต้อนรับคุณที่ Banker’s Bar หรืออ่างอาบน้ำครึ่งวงกลมดูแปลกตาบอกบุคลิกที่แตกต่างของงานแต่ละชิ้นโรงแรมหรูแห่งนี้ตอบโจทย์แห่งวีถีชีวิตและงานดีไซน์เพื่ออนาคตว่าเดินไปพร้อมๆ กันได้ เหมาะกับโลกยุคใหม่ที่แสวงหาความแตกต่างและห่วงใยในสิ่งแวดล้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ โทร. (+34) 931-518-768 หรืออีเมล์ mobcn-reservations@mohg.com และทางเว็บไซต์ www.mandarinoriental.com/barcelona

hi! get (your) time out!

Asara Villa & Suite Hua Hinอย่างที่เคยกล่าวไว้นั่นแหละค่ะว่าสถานที่โปรดติดอันดับของผู้เขียนคือ ‘หัวหิน’ ซึ่งต่อให้เดินทางมากี่ครั้งก็ทำใจให้รู้สึกเบื่อได้ยากเหลือเกิน เพราะเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครของเมืองเล็กๆ แห่งนี้จึงทำให้เราตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นโดยทริปล่าสุดที่เราได้มาเยี่ยมเยือนขอเปรียบเป็นทริปบิวตี้ (เล็กๆ) เพราะครั้งนี้มีแต่พี่น้องผองเพื่อนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี เลยทำให้บรรยากาศร้อนๆ อบอุ่นสบายยิ่งขึ้น และนอกจากนี้พวกเราทั้งหมดยังได้เข้าร่วมการทำสปาที่ ‘อัสสรา สปา’ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณโรงแรมระดับ 5 ดาวริมชายทะเล อัสสรา วิลล่า แอนด์ สวีท หัวหิน บริการเฉพาะห้องพักแบบพูลวิลล่า รายล้อมด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่เล็ก มอบความร่มรื่นทุกตารางนิ้วบนพื้นที่ 22 ไร่ พร้อมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ติดทะเลเพื่อรองรับผู้เข้าบริการที่อยากสัมผัสลมทะเลแสนสดชื่นยามพักผ่อน และที่เราเกริ่นไว้ตั้งแต่ว่าทริปนี้เราจะมารับบริการสปา ดังนั้นเมื่อชื่นชมกับบรรยากาศของโรงแรมจนเต็มอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาที่บิวตี้นิสต้ารอคอย ณ อัสสรา สปา ซึ่งในโอกาสนี้คุณเบญจพล อังแสงธรรม ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม กล่าวถึงคอนเซ็ปต์ของอัสสรา สปาว่า “แขกทุกท่านที่มาพักต่างต้องการหลีกหนีความเหนื่อยล้า เร่งรีบจากชีวิตประจำวัน ที่นี่จึงเน้นความสงบ เป็นส่วนตัวและต้องการให้แขกได้รับความผ่อนคลายอย่างแท้จริง” อัสสรา สปา ตกแต่งด้วยวิถีผสมผสานในแบบไทยโบราณและโมเดิร์น สงบร่มรื่นจากสายน้ำที่ล้อมรอบ การเลือกใช้โทนสีขาวมอบความสะอาดตาและการนำไม้มาเป็นชิ้นหลักเพิ่มความอบอุ่นสบายใจ โดยจะแบ่งห้องนวดจำนวน 6 ห้อง ห้องสปาสวีท 2 ห้องและศาลานวดไทย 3 ศาลา และที่ผู้เขียนชื่นชอบส่วนตัวเป็นพิเศษนั่นคือที่จับบริเวณประตูที่ออกแบบมาเป็นรูปมือมีลักษณะอ่อนช้อยคลับคล้ายการร่ายรำของหญิงไทย โปรแกรมทรีทเมนต์ที่เราได้ลองครั้งเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของสปา ‘อัสสรา มาสซาจ’ (Asara Massage) ซึ่งออกแบบเป็นพิเศษมีเฉพาะที่อัสสรา สปาแห่งเดียวเท่านั้น คือเป็นการผสมผสานระหว่างการนวดแบบลงศอกและการนวดคลายกล้ามเนื้อแบบ Tense Muscle Release Massage เริ่มต้นด้วยการขัดผิวจากสมุนไพรที่ทำจากตะไคร้หอม ขมิ้นเหลือง ข้าวหอมมะลิ นม โยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ซึ่งมีคุณสมบัติในการขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพให้หลุดลอกออก พร้อมเติมความชุ่มชื่น ปรับสีผิวให้กระจ่างใส หลังเพลินกับการขัดผิวเรียบร้อยก็ถึงเวลาของการนวดที่ใช้ศาสตร์แบบตะวันออก โดยเธอราพิสจะใช้น้ำมันหอมระเหยอุ่นๆ ที่สกัดจากกลิ่นหอมของพืชพรรณและผลไม้ต่างๆ มาชโลมตั้งแต่ปลายเท้าไล่ไปจนถึงบริเวณหลัง ขั้นตอนนี้ทำเอาผู้เขียนถึงกับเคลิ้มหลับด้วยน้ำหนักที่แสนจะพอดีไม่มีที่ติ ก่อนปิดท้ายด้วยการนวดศีรษะ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและต่อมน้ำเหลือง หลังการทำทรีทเมนต์สิ่งที่สัมผัสได้คือความผ่อนคลาย ความเมื่อยล้าจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย มีแต่ความปลอดโปร่งสบายทั้งร่างกายและจิตใจและนี่คืออีกหนึ่งช่วงเวลาดีๆ ที่หัวหิน ณ อัสสรา สปา อัสสรา วิลล่า แอนด์ สวีท หัวหินค่ะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายได้ที่อัสสรา สปา อัสสรา วิลล่า แอนด์ สวีท หัวหิน โทร.02-661-6800 ต่อ 301-7 หรือ www.asaravillaandsuite.com

นิตยสาร HI!

FASHION COVER y-gen   HI! TECH different perspective  RUNWAY best of elegance institu fuer mode schaffen, frankfurt / m, germany

ดูฉบับทั้งหมด


บุคคล

#กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม (เจเจ)#กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา#กันต์ กันตถาวร#ชลิตา ส่วนเสน่ห์ (น้ำตาล)#ณภัทร เสียงสมบุญ (นาย)#ณเดชน์ คูกิมิยะ (แบรี่)#อุรัสยา เสปอร์บันด์ (ญาญ่า)#มาริโอ้ เมาเร่อ (โอ้)#จรินทร์พร จุนเกียรติ (เต้ย)#พาขวัญ สหวงษ์ (มะลิ)#อารยา เอ ฮาร์เก็ต (ชมพู่)#พัชราภา ไชยเชื้อ (อั้ม)#ตรีชฎา มาลยาภรณ์ (ปอย)#ดาวิกา โฮร์เน่ (ใหม่)#ปริญ สุภารัตน์ (หมาก)#คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ (คิม)#เจษฎาภรณ์ ผลดี (ติ๊ก)#จิรายุ ตั้งศรีสุข (เจมส์จิ)#ศุกลวัฒน์ คณารศ (เวียร์)#ราณี แคมเปน (เบลล่า)#ณัฐ ศักดาทร (นัท AF4)#ปราชญา เรืองโรจน์ (สิงโต)#พีรวัส แสงโพธิรัตน์ (คริส)#ลลนา ก้องธรนินทร์ (เจี๊ยบ)#ภูภูมิ พงศ์ภาณุ (เคน)