นิตยสาร HI!

ปีที่ 8 ฉบับที่ 9 May 2010

ดูฉบับทั้งหมด

ข้อความบนปก

ปีที่ 8 ฉบับที่ 9 พฤษภาคม 2553

FAB FASHION Christian Dior  PANORAMA The Oscars Curse ฤๅออสการ์จักเป็นตุ๊กตาต้องคำสาป  SCOOP Oscars 2010 Best Dressed เก็บตกชุดเริ่ดๆ จากออสการ์ 2010  JEWELLRY Who Wear What on the Red Carpet  HOLIDAYS Hollywood Hottest Spots! แฮงค์เอาท์แบบหนุ่มสาวฮอลลีวูด!

รายละเอียด

ประเภท : นิตยสารแฟชั่นรายเดือน

ราคาบนปก : 100 บาท

ISSN : 1685-6236

บริษัท : บริษัท ภัทรเอชีย พับลิชชิ่ง จำกัด

เว็บไซต์ : www.hi-magazine.com

อีเมล : contact@hi-magazine.com

วางแผง : 1 มิถุนายน 2553

ไม่มีการจำหน่ายนิตยสาร (เล่มกระดาษ) บนเว็บไซต์แล้ว
มีเฉพาะฉบับดิจิตอล (e-magazine) ที่อ่านผ่าน App Ookbee เท่านั้น

สั่งซื้อนิตยสาร HI! ปีที่ 8 ฉบับที่ 9 พฤษภาคม 2553 ฉบับดิจิตอล (Digital Version) กับ Ookbee

ซื้อเลย
ตัวอย่างเนื้อหา

ตัวอย่างภาพแฟชั่นในเล่ม โดย กันย์ - นภัทร อินทร์ใจเอื้อ, ริท - เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช, โตโน่ - ภาคิน คำวิลัยศักดิ์, เกรซ - นวกชมณ ชื่นครองธรรม

hi! interview

กันย์ - นภัทร อินทร์ใจเอื้อ …ดาวดวงใหม่ เดอะสตาร์ 6 Gun … The Star 6จากเด็กหนุ่มหน้าตาคมเข้ม กับบุคลิกเงียบๆ สุภาพ ติดจะค่อนข้างขี้อาย ใครจะเชื่อว่าในเวลาที่ได้ถือไมค์ร้องเพลง เขาจะกลายเป็นอีกคนหนึ่งที่เราแค่ได้ยินเสียงก็หลงรักซะแล้ว กันย์ - นภัทร อินทร์ใจเอื้อ ...วันนี้สิ่งที่เคยเป็นแค่ความฝันของเด็กหนุ่มจากสุพรรณฯ คนนี้เป็นจริงแล้ว ตลอดการสนทนากับเขา เราจะได้พบรอยยิ้มเขินอายอยู่บ่อยครั้งที่ต้องพูดถึงตัวเอง แต่ก็ได้พบว่าเขาช่างพูดช่างเจรจามากกว่าที่คิดไว้ และเมื่อการสนทนาในครั้งนี้จบลง เราก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงมีคนจำนวนมากรักและชื่นชมเด็กหนุ่มท่าทางขี้อาย และดูออกจะเป็นคนเงียบๆ คนนี้
บางเรื่องของดวงดาว... ดาวที่ขี้เล่น ทะเล้นที่สุดบนเวที The Star 6 ริท - เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช• ริทชอบดูรายการนี้ ติดตามดูมาเรื่อยๆ ยังเคยพูดเล่นๆ ขำๆ กับแม่ว่า เดี๋ยวคอยดูนะ ริทจะไปสมัคร แล้ว The Star ก็มาเปิดรับสมัครที่ขอนแก่นตอนริทอยู่ ปี1 เพื่อนก็มาชวนไปสมัคร ก็ลองไปกันสนุกๆ พอไปถึงเห็นคนหน้าตาดีเยอะมาก ทุกคนดูเก่งมากๆ ดูแบบเตรียมพร้อมมา • โชว์ที่ริททำบนเวที ถึงจะโดนว่าเสี่ยวบ้างเหมือนคนบ้าบ้าง แต่ริทไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้ตั้งใจทำให้เหมือนคนบ้า พี่ม้าก็บอกว่า เชยมาก ทำอะไรก็เชย (หัวเราะ) ก็ทำให้สนุกๆ กัน ขำๆ กันไป คิดแค่ว่าทำแล้วคนดูจะชอบไหม ทำออกมาแล้วคนดูหัวเราะกัน มีความสุข ริทก็ดีใจ เสี่ยวไม่เสี่ยวก็ค่อยว่ากัน แต่ถ้าเสี่ยวแล้วทุกคนชอบ ริทก็โอเคนะ
บางเรื่องของดวงดาว... ขวัญใจสาวแท้สาวเทียม โตโน่ - ภาคิน คำวิลัยศักดิ์• ผมไม่ได้คิดอะไรนะที่ไม่ได้เป็น The Star เพราะจริงๆ ในแต่ละ Week ที่จะต้องมีคนออก ผมก็คิดทุกครั้งนะว่า ผมจะต้องเป็นคนออกมาตลอดอยู่แล้ว (Hi! ไม่รู้จริงๆ เหรอว่ามีคนกรี๊ดโตโน่เยอะมาก) ...ไม่รู้จริงๆ ครับ คือ ผมร้องเพลงก็ไม่เก่ง...ใช่ไหมครับ แล้วถ้าพูดถึงหน้าตา บุคลิกผม ...ก็ไม่ดีนะครับ (ทุกคนในห้องแต่งตัวหัวเราะขึ้นพร้อมกัน) จริงๆ ...คือ ผมคิดมาตลอดว่า ถ้าเขาจะเอาคนหล่อๆ สูง 180 บุคลิกดี เสียงไม่ต้องเหน่อแบบผม เขาก็หาได้ไงครับ มีเยอะแยะ ผมก็เลยไม่รู้ว่าจะมีคนสนใจผมไหม • (Hi! วันนี้โตโน่เป็น 1 ใน The Star แล้ว คิดจะทำอะไรให้ตัวเอง ให้คุณแม่และน้องสาวบ้างคะ) ...คือ ผมไม่รู้ว่าผมจะได้อยู่ตรงนี้อีกนานแค่ไหนนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ากับงานตรงนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะทำเพื่อครอบครัวผมไปได้ขนาดไหน แต่ที่ผมรู้แน่ๆ ก็คือ ไม่ว่าผมจะได้ทำอะไรหรือผู้ใหญ่จะให้โอกาสอะไรมา ผมจะตั้งใจทำให้มันดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้แล้วกัน
บางเรื่องของดวงดาว... ดาวดวงนี้ ฉายา ‘สวยทนได้’ เกรซ - นวกชมณ ชื่นครองธรรม• เกรซชอบร้องเพลง แต่ไม่ได้ฝึกร้องเพลงอย่างจริงจัง แล้วคนที่ชอบร้องเพลงกับคนที่ร้องเพลงเก่ง มันก็ไม่เหมือนกันใช่ไหมคะ (หัวเราะ) จริงๆ ปีนี้เกรซก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาประกวด อย่างที่รู้กัน เกรซจะประกวดนางงามต่างๆ มากกว่า แต่เหมือนความบังเอิญที่เกรซกับคุณแม่ไปเยี่ยมพี่ชายที่เชียงใหม่พอดี แล้วช่วงนั้น The Star ก็มารับสมัครที่เชียงใหม่ เกรซกับคุณแม่ก็เลยไปดู แล้วก็ลองสมัครดู • คุณแม่พูดกับเกรซว่า ถ้าเราไม่รู้จักเจ็บ เราก็ไม่มีวันแข็งแรง เพราะฉะนั้นดูไปเลย เหมือนคนถูกตีนะคะ พอเราถูกตีบ่อยเข้า เราก็รู้แล้วว่าความเจ็บมันเป็นยังไง พอถึงจุดนึงเราจะได้ชินกับมัน แล้วก็ทำใจผ่านมันไปให้ได้ ดีกว่าเป็นคนอ่อนแอที่ยอมรับอะไรไม่ได้เลย

hi! gorgeous

ศรัณย์ภัทร พัชระเศรษฐ์กุล คณะบริหารธุรกิจ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ศิลปินสาวเบอร์ล่าสุดแห่ง RS Promotion เสียงใสๆกับคาแรคเตอร์ไม่นิ่ง ทำให้ ‘Nutty’ ครองใจทีมงาน Hi! ยกใหญ่ คราวนี้ไม่ดังเปรี้ยงให้รู้กันไป “เริ่มต้นจากการอัดเพลงและแต่งเพลงให้โปรดิวเซอร์ จากนั้นก็มีพี่ๆเรียกมาเทสต์หน้ากล้อง จนได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินค่ะ ตอนนี้เพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลแรกไปไม่นาน อยากให้ลองฟังดู เพลงมีชื่อว่า ‘เพื่อนหรือแฟน’ เป็นแนวอีซี่ลิซซึนนิ่งบวกป๊อป เนื้อหาเหมาะสำหรับคนชอบแอบรัก “เป็นคน alert แต่ก็ชอบอะไรที่สบายๆ มองโลกในแง่ดี รวมๆคือเป็นคนมองทุกอย่างแบบสนุกสนาน เวลาว่าง Nutty ชอบประดิษฐ์ของค่ะ สนุกดีตอนที่ได้ adapt เสื้อผ้า กระดานความจำ แว่นตา แต่ถ้าพูดถึงสถานที่โปรด คงจะเป็นถนนข้าวสาร เซอร์ดี “พี่หนึ่ง ETC คือศิลปินสุดปลื้มค่ะ ที่จริงก็ชอบพี่ๆเขาทั้งวงเลย เป็นดนตรีแนว Fusion Jazz ชอบดูตอนเล่นสดค่ะ เขาสามารถทำเพลงที่เล่นยากให้ง่ายได้ เอนเตอร์เทนก็ดี เป็นกันเอง แถมทุกคนใน ETC เองยังเล่นดนตรีกันได้ทุกอย่างด้วย” คติประจำใจ ‘Doing your best is more important being the best’
นิมิตร มนัสพล ปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ (Inter) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเอาใจสาวก C-QUINT กันเต็มที่กับหนุ่มน้อยเสียงดีมีหน้าตาเป็นอาวุธ ‘โยชิ’ ผู้ชายลุคอบอุ่นอัธยาศัยดี พิธีกรจากรายการ ‘ม.แก๊งค์’ ควบตำแหน่งศิลปินบอยแบนด์ชื่อดังที่มีความโดดเด่นที่สุดอีกคน “ผมเป็นคนตรงไปตรงมา มีกฎระเบียบเยอะ แล้วก็เรียบร้อย แต่ก็ทำอะไรบ้าๆเป็นเหมือนกัน ครั้งนึงเคยข้อมือหักเพราะลองของกับเครื่องเล่นหวาดเสียวอย่างแร็พเตอร์มาแล้ว “ผมชอบดูซีรีส์ ชอบหมดเลย ไม่ว่าแนวฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น สะสมไว้เยอะมาก เรื่องที่ดูแล้วดูอีกเห็นจะเป็น True Blood, Lost แล้วก็ Prison Break ยิ่งถ้าเรื่องไหนสนุกมาก ผมจะเก็บไว้ดูนานๆ ค่อยๆดู นอกจากสะสมซีรี่ส์แล้ว ผมเลี้ยงสัตว์ด้วย เป็นเม่นแคระ 2 ตัว ชื่อว่า ‘คะน้า’ กับ ‘หมูกรอบ’ น่ารักตรงที่ตัวมันเล็กนิดเดียว ขี้ตกใจอีกต่างหาก “C-QUINT อยู่ในช่วงทำอัลบั้มที่ 3 ครับ เราเรียนเต้นและร้องกันหนักมาก ต้องพัฒนาศักยภาพขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้กำลังฝึกเต้นแบบ Isolation คือการเต้นที่ต้องแยกประสาท และอาศัยสมาธิสูง ส่วนตัวผมชอบร้องมากกว่า เต้นก็ต้องฝึกฝนเยอะๆครับ” คติประจำใจ ‘คิดก่อนพูด’

hi! behind the scene

HEART & SOUL La Cage aux Folles ‘กินรีสีรุ้ง’ท่ามกลางบ้านเมืองซึ่งเต็มไปด้วยความจลาจลทางอารมณ์ คาดว่าคงมีใครอีกหลายคนที่รู้สึกถึงความอึมครึม แต่ยังเหลียวซ้ายแลหลังไม่รู้ว่าตัวเองจะเดินไปในทิศทางใด ผู้เขียนขอเสนออีกทางเลือกหนึ่งซึ่งน่าจะช่วยปลดปล่อยรอยยิ้มและความสุขคืนกรุงเทพฯ ได้อีกครั้งไม่บ่อยนักที่เราจะได้รับชมผลงานสร้างสรรค์จากถกลเกียรติ วีรวรรณ แต่ในทุกๆ ผลิตผลกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ไม่เสียแรงรอคอย ‘La Cage aux Folles’ (ลา คาจ โอ โฟล์) จึงเป็นละครเวทีอีกเรื่องที่ซีนาริโอเขาหยิบมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง ในรูปแบบของละครเพลงฉบับภาษาไทยภายใต้ชื่อสวยๆ ‘กินรีสีรุ้ง’ แถมยังย้ำว่าการนำมาทำใหม่ครั้งนี้การันตีความหรูหรา ยิ่งใหญ่ และคงอรรถรสต้นฉบับไว้อย่างครบถ้วน ไม่เสียชื่อจ้าวแห่งละครเวทีพี่ไทย หากใครเคยสัมผัสละครเวทีเรื่องที่แล้วๆ มา ไม่ว่าจะเป็น ลมหายใจเดอะมิวสิคัลหรือนางนาก ผู้เขียนเชื่อว่าคงรู้สึกคล้ายๆ กันถึงศักยภาพของโลโก้ซีนาริโอที่เขาเทียบเท่าบรอดเวย์เมืองนอกเลยทีเดียว
ขออนุญาตเกริ่นถึงความเป็นมาเป็นไปของ ‘La Cage aux Folles’ สักนิด ซึ่งสำหรับแฟนตัวยงที่ติดตามการรีเมคงานเขียนมาสเตอร์พีซของ Jean Poiret คงทราบดีว่าบทละครสุดคลาสสิคเรื่องนี้กวาดรางวัลมาเป็นร้อย และถูกนำมาสร้างเป็นทั้งภาพยนตร์และละครเพลงตั้งแต่ยุค 70’s ยันปัจจุบันแบบไม่มีห่างหาย ถือเป็นวรรณกรรมที่จะไม่มีวันสูญสิ้นอีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ โดยในสมัยที่ถูกนำมาทำเป็นมิวสิคัลนั้น ได้รับความนิยมเป็นประวัติการณ์ด้วยรอบแสดงถึง 1760 รอบที่บรอดเวย์ ณ นิวยอร์ก โดนใจกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง และส่งให้ละครเพลงเรื่องนี้ได้รับรางวัล Tony Award (ออสการ์ของละครเวที) ถึง 6 รางวัลในปี 1984 แต่ถ้าผู้อ่านที่เป็นคอหนัง คงร้องอ๋อ! หากพูดถึงภาพยนตร์เรื่อง ‘The Birdcage’ ผลงานปี 1996 ซึ่งผู้กำกับชื่อดัง Mike Nichols ได้นำบทละครเรื่อง ‘La Cage aux Folles’ มาประดิษฐ์ใหม่ในฟอร์มใหญ่ลงจอ งานนี้คว้ารางวัลไปหลายโหล ทั้งสาขาหนังตลก/เพลงยอดเยี่ยม นักแสดงยอดเยี่ยม กลุ่มนักแสดงยอมเยี่ยม รวมถึงออกแบบฉากยอดเยี่ยม โกยทั้งเวทีออสการ์และลูกโลกทองคำ ยิ่งไปกว่านั้นยังปลุกปั้นนักแสดงซึ่งโชว์ฝีมือการแสดงขั้นเทพให้วงการฮอลลีวูดบันทึกชื่อแทบไม่ทันอย่าง Robin Williams และ Nathan Lane น้อยคนที่จะปฏิเสธอาการ ‘อิน’ หลังชมภาพยนตร์เรื่องนี้ มีแต่ทึ่งที่พวกเขาดังเปรี้ยงเพียงชั่วข้ามคืน และอีกหลายๆ ครั้งที่ ‘La Cage aux Folles’ ถูกเสกสรรในหลากรูปแบบ แถมได้รับคำวิจารณ์ในทางบวกมาโดยตลอด แต่ถ้าพูดถึงเรื่องราวของความสัมพันธ์ของบุรุษเพศที่ 3 ซึ่งต้องถูกเก็บงำเป็นความลับ ผ่านการเล่าเรื่องอย่างสละสลวยของศิลปะการแสดงแบบครบรสสไตล์บ้านเรา ผู้เขียนเชื่อว่าคุณบอย-ถกลเกียรติคงสร้างกระแสนิยมอย่างอื้ออึงอีกครั้งเช่นเคย ซึ่งภายใต้การสวมบทเป็นชาวเกย์ของนักแสดงมากรางวัลอย่าง กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รวมถึงการพลิกบทบาทกลายร่างเป็นสาวประเภทสองนางโชว์ครั้งแรกของศิลปินที่มีเสียงร้องทรงพลังเจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ถือเป็นไฮไลท์เด็ดของ ‘กินรีสีรุ้ง’ และแน่นอนว่าไม่เพียงโชว์ลูกคอกันไม่ยั้ง แต่ยังอวดการปะทะฝีมือการแสดงอย่างเข้มข้น ที่สำคัญละครเวทีเรื่องนี้ยังโดดเด่นตรงความตลกและลีลาการปล่อยมุขแบบตัวแม่ที่คุณจะต้องหัวเราะเคล้าน้ำตาได้ในเวลาเดียวกันเล่ามาก็เยอะ แต่คงไม่พอสำหรับเนื้อที่ของอารมณ์ซึ่งมากกว่าที่คุณคิด เดี๋ยวจะหาว่าคุย ลองไปชมเองแล้วจะรู้ ...‘กินรีสีรุ้ง’ เมืองไทยรัชดาลัย 16 มิถุนายนนี้ จองบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ที่เดิมนะคะ!

hi! smooch

PH1B, What’s In the Name? ชื่อนั้นสำคัญไฉน ? รสชาติ 4/5 บรรยากาศ 4/5 3 ตัวอักษร และ 1 ตัวเลข ลงตัวออกมาเป็น ‘PH1B’ ชื่อของร้านกาแฟย่านพหลโยธินที่ชวนฉงนอยู่ไม่น้อยการรวมตัวของพี่น้องตระกูล ‘ทรัพย์ทวีชัยกุล’ ทั้ง 4 คน ที่ถนัดกันคนละด้าน ร่วมผสานผสมออกมาเป็นความหอมหวานของรสชาติและเรื่องราวการตกแต่งของร้านกาแฟ สถานที่ที่ ‘คุณเดช’ พี่ชายคนโตบอกกับเราว่า เป็นสถานที่ที่พี่น้องจะได้พบหน้าละจากภาระงานที่แตกต่างกัน ส่วนชื่อ PH1B ของร้านนั้นมาจากเลขห้อง 1B ของเพนท์เฮาส์สมัยคุณเดชอยู่ที่ซานฟรานซิสโก ผู้อยากดึงบรรยากาศความทรงอันอบอุ่นสนุกสนานของการพบปะกันของเพื่อนฝูงในห้อง 1B นั้นมาไว้ที่ร้านแห่งนี้ด้วย รูปแบบของลอฟท์เพดานต่ำผสมกับการตกแต่งแบบโทนสีไม้ชวนอบอุ่น พร้อมมีมุมด้านนอกที่ดูสดชื่นด้วยกระถางต้นไม้เรียงราย เหมาะนั่งรับลมยามบ่าย บางมุมยังมีเครื่องเทิร์นเทเบิลวางไม่ไกลกันกับเครื่องฉายภาพยนตร์ของคุณพ่อที่เคยฉายให้ลูกๆ ชมสมัยเด็ก หรือจะขวดใส่วิสกี้ทรงหอไอเฟลที่เป็นของที่ระลึกเมื่อตอนไปเยือนปารีส พร้อมเพลงแบบ Chill Out เคล้าเบาสบายที่เลือกมาให้ฟังแบบเบาๆ เหมาะคุยกับคนสนิทไปพลาง
ความพิเศษของเมนูขนมอยู่ที่ฝีมือของน้องคนเล็กที่ประดิษฐ์คิดค้นแต่ละจานออกมาอย่างน่าสนใจ ตั้งแต่ ‘Apple Crumble’ ด้วยรสหวานเล็กๆ ราดซอสวานิลลารสข้นเข้าเนื้อแอปเปิ้ล ละเลียดพร้อม ‘Hot Capuccino’ รสหอมของกาแฟลาวาซ่าที่ทางร้านเลือกใช้ หอมโชยออกมาพร้อมก้านอบเชย จุดเด่นอยู่ที่ทางร้านจะไม่ปรุงแต่งความหวานของเมนูกาแฟให้เสียรส ‘Tokyo Trio’ สมชื่อใส่ความเป็นแดนอาทิตย์อุทัย ด้วยไอศกรีมชาเขียวจาก i-berry พร้อม Choco Banana และวิปครีมผสมงาดำอร่อยในเมนูเดียว เหมาะแบ่งคนละคำกับคนข้างๆ ลองจิบคู่กับ ‘Strawberry Soda’ รสหวานอมซ่านิดๆ ออกเปรี้ยวตอนปลาย พร้อมสตรอเบอร์รี่ท็อปปิ้งด้านบนดูแดงฉ่ำชวนจิบ ส่วนคอไวท์ช็อกโกแลตห้ามพลาด ‘Caramel Whitechoc’ ที่รูปร่างดูละมุนมากับรสหวานของคาราเมล กลมกล่อมพร้อมกลิ่นวานิลลาผสมผสาน เหมาะกับคนชอบรสหวานแบบพอดี ส่วนเมนูที่ห้ามพลาดคือ ‘Strawberry Balsamic’ ที่แค่ชื่อก็ไม่ชินหู... สตรอเบอร์รี่บานฉ่ำเต็มจานจานนี้ จุดเด่นอยู่ที่ซอสบัลซามิกผสมที่ให้ความเปรี้ยวเคล้ากับความหวานนิดๆ รับประทานพร้อมวัฟเฟิลเนื้อกรอบกลืนกับกลิ่นไอศกรีมสตรอเบอร์รี่หอมหวาน ท็อปปิ้งด้วยวิปครีม ราดด้วยน้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ตบท้าย แค่นี้ก็อร่อยลืมคนข้างๆ แล้ว ใครที่ไม่โปรดของหวาน ที่นี่ยังมีเครื่อมดื่มเบาๆ อย่างสมูทตี้จนถึงเบียร์และอาหารทานง่ายไว้รองท้องอีกด้วยความอบอุ่นอิงสบายของมุมอร่อยของพี่น้องทั้ง 4 บนถนนพหลโยธินมุมนี้ เหมือนกับตัวอักษรที่ปรากฏบนกระดาน ว่า ‘Of all the coffee bars in the world in all towns, you run to me.’ ‘ร้าน PH1B Coffee Bar’ เปิดให้บริการ วันจันทร์ - เสาร์ เวลา 11.00 น. - 22.00 น. และวันอาทิตย์เวลา 11.00 น. - 19.00 น. *พิเศษส่วนลด 10% สำหรับผู้อ่าน Hi! Magazine สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08-1173-2600

hi! dining

A Sprinkling of Fairy Dust ห้องแห่งความลับกับนางฟ้าจอมซนหลังจาก 2 ปีที่มุมเงียบๆ แต่ก้องไปด้วยจินตนาการของโลกนิทานและงานฝีมือในซอยทองหล่อถูกปิดเป็นโลกแห่งความลับส่วนตัวของช่างฝีมือและนักแต่งนิทานชาวออสซี่ Ashley Suttun ก็ถึงเวลาต้อนรับโลกภายนอกให้ไปสัมผัสร้าน ‘The Iron Fairies’ แล้ว
เรื่องราวของชาวเหมืองที่ขุดทองแต่กลับพบแร่เหล็ก แร่เหล็กนั้นได้กลายเป็นตุ๊กตาด้วยตำราลับ .ตำราอันผิดเพี้ยนได้ปลุกนางฟ้าสีน้ำเงินขึ้นมามีชีวิต... แต่ความซุกซนทำให้ชาวเหมืองต้องขังและใส่กุญแจเธอเอาไว้ พร้อมผลงานเขียนของคุณ Ashley ได้จุดประกายจนเกิดเป็นร้าน The Iron Fairies ขึ้นมาครั้งแรกที่กรุงนิวยอร์ก แต่การเดินทางก็พาเขามาถึงเมืองไทย ความเบื่อหน่ายของการนั่งรอโต๊ะตามไวน์ผับ ทำให้เขานำไวน์บาร์มาใส่ในเวิร์คชอปทำเหล็กของตัวเองเพื่อสังสรรค์กับเพื่อนๆ และจากปากต่อปากก็เกิดมาเป็น ‘The Iron Fairies’ ในที่สุด ก้าวแรกสู่โลกที่ช่างฝีมือคนนี้ได้สรรค์สร้าง อาจชวนนึกถึงบรรยากาศผับแจ๊สในนิวยอร์กหลังชั่วโมงทำงานที่เพื่อนฝูงกลุ่มเล็กๆ มานั่งสนทนากันพร้อมถือแก้วไวน์จิบไปพลาง และคู่รักมานัดพบอิงแบบอยู่ในมุมสลัว บันไดวนทรงสูงไต่ขึ้นไปถึงชั้นสองของร้านอย่างที่คุณจะไม่พลาดสังเกต การตกแต่งที่เน้นไปทางสีเทาหรือทองแดงล้วนแต่มาแผ่นเหล็ก ชิ้นไม้ และต่างๆ นานาจากผลงานออกแบบของเจ้าของร้านผู้หลงรักในการออกแบบและทำเหล็ก โต๊ะที่คุณนั่งหรือสิ่งที่คุณเห็นอาจดูหยาบ แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันประณีตที่เป็นเหมือนจุดเด่นของงานแต่ละชิ้น เพลง As Time Goes By ของ Louis Armstrong กำลังเล่นขณะที่คุณ Ashley หยิบจับเจ้านางฟ้าตัวน้อยให้อยู่เข้าที่เข้าทาง เขายังบอกเราถึงดนตรีสดแบบนิวออร์ลีนส์แจ๊สที่จะมาขับกล่อมตรงบันไดวนที่เราเห็น บางคืนคุณอาจได้ชมมนต์สะกดของนักมายากล ในอนาคตอาจมีแสดงละครมาให้ชมอีกด้วย ใครที่เบื่อสาธารณชนอยากสังสรรค์กับเพื่อนๆ แบบส่วนตัว ขอแนะนำห้องแห่งความลับที่ซ่อนตัวอย่างมิดชิดสมชื่อสำหรับ VIP เท่านั้น ยกความเป็นออสเตรเลียมาบางส่วนสำหรับเมนูอาหาร ลองชิม ‘Old Man Jap’s Wedges’ เมนูเรียกน้ำย่อยแบบมันฝรั่งทอดที่กรอดนอกนุ่มในพร้อมจิ้มซอสชีสไอส์เบิร์กเข้มข้น เหมาะเป็นเมนูเคี้ยวเพลิน คอเบอร์เกอร์ลอง ‘Binzy’s Beef Burger’ เบอร์เกอร์ชิ้นเขื่องที่ใส่เครื่องเทศสูตรลับของคุณแม่ หรือจะ ‘Fat Guts Beef Burger’ ที่แค่ชื่ออาจฟังดูกะไร แต่ลองละเลียดคำโตลิ้มรสของเนื้อวัวริบอายชั้นดีนำเข้าจากออสเตรเลียที่รับประทานแบบลืมช้อนส้อมจะได้รสเข้มข้มชวนกัดอีกสักคำที่เราติดใจ ด้วยกลิ่นของเบคอนอ่อนๆ พร้อมชีสและหอมทอด เนื้อนิ่มๆ เข้ากันได้ดีกับซอสบาร์บีคิว สาวๆ ที่ชอบสลัดก็สามารถเลือกได้ทั้ง ‘Tia’s Tuna Salad’ หรือ ‘Amy’s Apple Salad’ เป็นไวน์บาร์แต่เครื่องดื่มยอดนิยมของที่นี่คือ ‘Lychee Martini’ มาร์ตินีกลิ่นลิ้นจี่รสเข้มข้น หรือสาวกช็อกโกแลตไม่ควนรพลาด ‘Chocolate Martini’ ที่เราว่าน่าสนใจไม่เบา เมนูที่โดดเด่นและแตกต่าง (แบบลับ ๆ) คือ’Absinthe No. 1-5’ เครื่องดื่มสีสวยดีกรีสูงแก้วโปรดของ Johnny Depp และ Marilyn Manson ที่มีให้เลือกระดับจาก 1 ถึง 5 พร้อมสีแดง เขียว และฟ้าในขวดชวนพิศวง... ก่อนกลับลองมองสีหน้าเจ้านางฟ้าทั้งหลายเผื่อคุณติดใจอยากหิ้วกลับบ้านใส่กระเป๋าหรือกล่องใบเก๋ ก็ลองถามทางร้านดูได้สัมผัสความลึกลับของโลกในเหมือง พร้อมร่วมปลดปล่อยนางฟ้าจอมซนที่ ‘The Iron Fairies Antique Factory Wine bar & Restaurant’ บนถนนสุขุมวิท ซอย 55 เปิดบริการทุกวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 18.00 น. - 2.00 น.สอบถามรายละเอียดหรือสำรองที่นั่ง โทร. 084-520-2301 หรือทางเว็บไซต์ www.theironfairies.com

hi! runway

Pintip Bovornboriharn Bachelor of Fine an Applied Arts Thammasat University‘พิณทิพย์ บวรบริหาร’ ดาวดวงใหม่แห่งวงการดีไซเนอร์ไทย อีกหนึ่งเพลาล้อสำคัญที่ทำให้แวดวงแฟชั่นบ้านเราขับเคลื่อนไปอย่างถูกทิศทางอดีตนักศึกษาสาขาพัสตราภรณ์คนนี้ ตัดสินใจเลือกเรียนทางด้านแฟชั่นด้วยความชื่นชมอย่างสุดหัวใจในตัวแม่พิมพ์ที่ชื่อ ‘กฤษณ์ เย็นสุดใจ’ ผู้ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในเส้นทางสายนี้มาอย่างยาวนาน จนอาจกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์วงการแฟชั่นไทย “ช่วงขึ้นปีที่ 3 ทางคณะจะเปิดให้เลือกเรียน 2 เอก คือ Textile กับ Fashion ตอนแรกคิดว่าจะเรียนด้าน Textile แต่พอเรียนแฟชั่นกลับชอบและถนัดมากกว่า จำได้ว่ามีโอกาสเรียนกับอ.กฤษณ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่คณะ รู้สึกว่าเรียนแล้วได้ค้นพบตัวเอง จากที่ไม่แน่ใจ เพราะเชื่อว่าถนัดงานด้าน Fine Art มากกว่า และคิดว่าความที่เป็นผู้หญิงชอบแต่งตัวอาจไม่ใช่เหตุผลหลักที่สามารถเรียนแฟชั่นได้ สุดท้ายอาจารย์ก็ทำให้เราเข้าใจทิศทางของตัวเอง ชอบวาดรูปตั้งแต่เด็ก ชอบระบายสีน้ำ ชอบประกวดโน่นนี่นั่น มันเป็นงานอดิเรกที่เหมือนงานหลักไปแล้ว อีกอย่างชอบร้องเพลงโอเปร่าค่ะ พอดีว่าได้มีโอกาสลงเรียนที่มหาวิทยาลัย แล้วชอบมาก หลายคนคิดว่ายากนะ แต่พิณว่ามันง่ายกว่าร้องเพลงธรรมดาอีก โอเปร่ากับศิลปะเกี่ยวกันตรงที่ มันช่วยในด้านสมาธิ คนมักจะมองว่าการทำงานศิลปะเป็นอะไรที่ฟรีสไตล์ แต่พิณคิดตรงข้ามนะ อย่างการร้องโอเปร่าเนี่ย ก่อนที่จะร้องต้องมีการเตรียมตัว การวาดภาพก็ไม่ต่างกัน เราต้องมีการเตรียมการ พิณคิดว่าการวาดภาพต้องอาศัยการฝึกฝนทุกวัน ต้องเอาใจใส่ ต้องพัฒนา ต้องหาความรู้เพิ่มเติม ตอนนี้พิณเป็นดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์ค่ะ ก็รับออกแบบเสื้อผ้าให้กับหลายๆแบรนด์ อย่างเช่น แบรนด์ Mamme and Me เป็นเสื้อผ้าสำหรับคุณแม่และเด็ก แต่ต่างตรงเราทำเสื้อผ้าเพื่อคุณแม่วัยรุ่น ด้วยความที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เราเลยแตกไลน์ให้ตัวสินค้ามีความทันสมัยกว่าเดิม ส่วนอีกงานที่รับผิดชอบตอนนี้ ทำหน้าที่คัดเลือกงานดีไซน์เสื้อผ้าอยู่ที่ www.siamsqaure.co.th เป็นเว็ปไซต์ขายเสื้อผ้าออนไลน์สำหรับวัยรุ่น แต่ถ้าใครอยากสัมผัสของจริงก็สามารถไปชมที่โชว์รูมตรงสยามสแควร์ติดกับร้านสีฟ้าได้ ชื่อเดียวกับเว็ปเลยค่ะ”

hi! reality

Chic girl’s guide by petch ตามเทรนด์สาวเก๋ได้ง่ายๆ ใน 1 วัน กับ ‘เพชร - รัตนารัตน์’ อาจจะเป็นนางเอกหน้าใหม่ในวงการภาพยนตร์ แต่ไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับวงการบันเทิง เพชร – รัตนารัตน์ เอื้อทวีกุล สาวน้อยหน้าเก๋ กับบุคลิกอินเทรนด์ไม่เหมือนใคร ...วันนี้ เพชร รับอาสาพาไปทำเก๋กัน 1 วัน กับร้านเสื้อผ้าสุด Chic และร้านอาหารญี่ปุ่นแบบทานสะดวกอีก 1 ร้าน ในวันที่อากาศอาจจะร้อน แดดแรงเกินจะทน จนต้องขอหลบไปนั่งทานเมนูเด็ดแบบสัมผัสแอร์คอนดิชั่นกันให้สบายใจบ้าง ซึ่งเราเห็นด้วยว่า...การหาร้านอาหารอร่อยๆ ราคาไม่แพงจนปวดกระเพาะและได้นั่งเย็นๆ น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับสาวๆ ในช่วงเดือนที่องศายังร้อนทะลุปรอทวัดอุณหภูมิเช่นนี้...

hi! history of fashion

Jason Wu RTW ‘Ready-to-Win’ถ้าพูดถึงการเสพติดแฟชั่นอย่างงอมแงม อาจเป็นโรคที่เป็นเรื่องธรรมชาติและแสนจะธรรมดาในหมู่สตรีพันธุ์ใหม่ไปแล้ว คงเพราะโลกไร้สายที่เชื่อมระหว่างสมองดีไซเนอร์กับกิเลสตัณหาผู้หญิงได้ถึงกันภายในเวลาชั่วพริบตาเดียว แม้มูลค่าของแฟชั่นวันนี้สูงลิบ แต่น่าประหลาดใจที่ผู้หญิงทั้งโลกไม่มีใครเคยยอมแพ้ ‘แฟชั่น’ สักคน ที่ผ่านมา History of Fashion ได้นำเสนอประวัติและผลงานของดีไซเนอร์หน้าใหม่มากมาย โดยเฉพาะนักออกแบบฝั่งอเมริกาซึ่งกำลังได้รับกระแสนิยมไม่แพ้รันเวย์ฟากยุโรป ความโดดเด่นของวงการแฟชั่นเมืองลุงแซมอยู่ตรงที่เขาถนัดในการปั้นแต่งเสื้อผ้าแบบที่ว่าสามารถสวมใส่ได้จริง แต่หากพินิจให้ดีจะพบว่าอเมริกาเป็นตลาดแห่งการเฟ้นหาดีเทลเสื้อผ้าที่มีความสดใหม่บวกกรรมวิธีการผลิตทุกขั้นตอนซึ่งแข่งกันเข้มข้นด้วยความคิดสร้างสรรค์ แฟชั่นฝั่งนี้จึงถูกขนานนามว่าเป็นศิลปะขั้นสูงที่สวมใส่แล้วเดินตามท้องถนนได้จริง หนึ่งในดีไซเนอร์ฝั่งมะกันที่แม้กระทั่ง Anna Wintour บรรณาธิการนิตยสาร Vogue ถึงกับเอ่ยปากว่าเขาคือดีไซเนอร์คลื่นลูกใหม่ซึ่งกำลังมาแรงสุดๆ ‘Jason Wu’ นักออกแบบชาวไต้หวันวัย 27 ที่ไม่ได้เพียงแค่เก่งแต่เฮงในทุกๆ เรื่อง Wu เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่ครั้งอดีตซึ่งเคยเป็นแค่เด็กฝึกงานประจำตัวนักออกแบบในตำนาน Narciso Rodriguez แต่ด้วยประสบการณ์ด้านการร่ำเรียนงานปั้นในวัย 14 จากโตเกียว ทำให้ความเก่งฉกาจของ Wu เปล่งประกายฉายแววจากการเป็นดีไซเนอร์อิสระออกแบบชุดสำหรับตุ๊กตาให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ Integrity Toy กระทั่งคอลเลกชั่น ‘Jason Wu Dolls’ ทำให้เขาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฐานะนักออกแบบมือโปรด้วยวัยเพียง 17 ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น Wu ทำให้เซ็ตตุ๊กตาชื่อดัง ‘Fashion Royalty’ เป็นที่ต้องการของนักสะสมตุ๊กตาทั่วโลก และมาแรงเบียดคู่แข่งอย่างบาร์บี้มานักต่อนัก

นิตยสาร HI!

FAB FASHION Christian Dior  PANORAMA The Oscars Curse ฤๅออสการ์จักเป็นตุ๊กตาต้องคำสาป  SCOOP Oscars 2010 Best Dressed เก็บตกชุดเริ่ดๆ จากออสการ์ 2010  JEWELLRY Who Wear What on the Red Carpet  HOLIDAYS Hollywood Hottest Spots! แฮงค์เอาท์แบบหนุ่มสาวฮอลลีวูด!

ดูฉบับทั้งหมด


บุคคล

#กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม (เจเจ)#กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา#กันต์ กันตถาวร#ชลิตา ส่วนเสน่ห์ (น้ำตาล)#ณภัทร เสียงสมบุญ (นาย)#ณเดชน์ คูกิมิยะ (แบรี่)#อุรัสยา เสปอร์บันด์ (ญาญ่า)#มาริโอ้ เมาเร่อ (โอ้)#จรินทร์พร จุนเกียรติ (เต้ย)#พาขวัญ สหวงษ์ (มะลิ)#อารยา เอ ฮาร์เก็ต (ชมพู่)#พัชราภา ไชยเชื้อ (อั้ม)#ตรีชฎา มาลยาภรณ์ (ปอย)#ดาวิกา โฮร์เน่ (ใหม่)#ปริญ สุภารัตน์ (หมาก)#คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ (คิม)#เจษฎาภรณ์ ผลดี (ติ๊ก)#จิรายุ ตั้งศรีสุข (เจมส์จิ)#ศุกลวัฒน์ คณารศ (เวียร์)#ราณี แคมเปน (เบลล่า)#ณัฐ ศักดาทร (นัท AF4)#ปราชญา เรืองโรจน์ (สิงโต)#พีรวัส แสงโพธิรัตน์ (คริส)#ลลนา ก้องธรนินทร์ (เจี๊ยบ)#ภูภูมิ พงศ์ภาณุ (เคน)