นิตยสาร MODERN MOM

ปีที่ 15 ฉบับที่ 170 December 2009

ดูฉบับทั้งหมด

ข้อความบนปก

ปีที่ 15 ฉบับที่ 170 ธันวาคม 2552

For Dad พบคำตอบคุณเป็นพ่อแบบไหน  เปิดใจ...4 พ่อลูกอ่อนมือใหม่ ทดสอบให้ชัวร์ก่อนพ่อเข้าห้องคลอด  For Mom ปลุกพลัง Working Mom ให้พร้อมลุยงาน ลาที...เซลลูไลท์ตัวร้าย  จานด่วนโดนๆ ของแม่ท้อง  For Baby รวมสารพัดเรื่องอาหารเสริมช่วยลูกเริ่มต้นได้สบาย  เท่าทัน...โรคน่าจับตาปี 2010 ปรับพฤติกรรมลูกด้วยรางวัลสร้างสรรค์  Q&A อาทิ ทางแก้ลูกฉี่รดที่นอน ลูกยี้นม ทำไงดี กังวล เป็นไซนัสตอนท้องแก่

รายละเอียด

ประเภท : นิตยสารแม่และเด็กรายเดือน

ราคาบนปก : 75 บาท

ISSN : -

บริษัท : บริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด

เว็บไซต์ : www.modernmommag.com

อีเมล : webmaster@momypedia.com

วางแผง : 1 ธันวาคม 2552

ไม่มีการจำหน่ายนิตยสาร (เล่มกระดาษ) บนเว็บไซต์แล้ว
มีเฉพาะฉบับดิจิตอล (e-magazine) ที่อ่านผ่าน App Ookbee เท่านั้น

สั่งซื้อนิตยสาร MODERN MOM ปีที่ 15 ฉบับที่ 170 ธันวาคม 2552 ฉบับดิจิตอล (Digital Version) กับ Ookbee

ซื้อเลย
ตัวอย่างเนื้อหา

เนื้อหาเด่นในเล่ม

Modern Mom นิตยสารเลี้ยงลูกยอดนิยมของแม่ยุคใหม่ เพื่อความสมดุลของชีวิต เปิดแนวคิดใหม่ “Be Easy Be Modern Mom เลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องยาก” แนะแนวทางเลี้ยงลูกแบบเข้าใจง่ายให้กับคุณแม่มือใหม่ อีกทั้งยังตอบสนองความต้องการของคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องการจัดสมดุลชีวิต (Well Balanced) โดยยังให้ความสำคัญกับลูกเป็นหลัก แต่ก็ไม่ลืมที่จะดูแลตัวเอง การงาน และครอบครัวเป็นอย่างดี พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลที่หลากหลาย ใช้งานง่าย ผสานข้อมูลทางวิชาการกับประสบการณ์จริง เพื่อช่วยให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องง่าย... ปีที่ 14 ฉบับที่ 170 ธันวาคม 2552 ปก : คุณซินดี้-สิรินยา บิชอพ และ คุณไบรอน บิชอพ Website : www.modernmommag E-mail : mmm@raklukegroup.comEditor's talkสวัสดีค่ะคุณแม่Modern Mom ที่รักทุกท่าน 'พ่อ' สำหรับดิฉันแล้ว แม้ท่านจะจากไปนานกว่าสิบปี แต่เมื่อนึกถึงทีไรก็เป็นสุขใจเพราะภาพผู้ชายของบ้าน ที่คอยดูแลลูกๆ ทำหน้าที่ไปพร้อมๆกับแม่ ตั้งแต่ดิฉันและพี่สาวยังเป็นเด็กเล็กนัก จวบจนพวกเราโตเป็นสาวรุ่น ภาพผู้ชายของบ้านคนนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนไป จะแตกต่างก็ตรงที่การดูแลลูกสาวสองคนในวัยนี้เปลี่ยนไป จากที่เคยประคบประหงม ป้อนข้าวเห่กล่อม ก็ปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้โลกกว้างมากขึ้น แต่ไม่ว่าไปไหน พ่อจะเฝ้าดูอยู่ห่างๆ ลูกอยากขึ้นรถเมล์เอง พ่อก็ปล่อย แต่ทุกครั้งที่ถึงหน้าบ้าน จะมีผู้ชายของบ้านคนนี้ยืนรอรับลูกสาวแม้เวลาจะล่วงเลยมืดค่ำแค่ไหน ลูกอยากไปดูคอนเสิร์ต (สมัยนั้นวงดนตรีแกรนด์เอ็กซ์กำลังโด่งดังต้องเข้าคิวรอซื้อบัตรกันตั้งแต่ตีสี่ตีห้า) พ่อของดิฉันก็ไม่เคยห้าม ที่สำคัญยังทำหน้าที่สารถีขับรถพาลูกไปเข้าแถวรอซื้อตั๋วด้วยตัวเอง พ่อไม่เคยปฏิเสธสิ่งที่ลูกชอบ (แม้เมื่อโตขึ้นดิฉันได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เราชอบตอนเป็นวัยรุ่นแต่พ่อในวัยห้าสิบกว่าคงไม่ได้ชอบแบบเรา ไม่เห็นน่าสนุกตรงไหนที่ต้องไปเฝ้า ไปเป็นเพื่อน หรือคอยนั่งฟังเวลาลูกสาวเล่าเรื่องราวเหล่านี้) พ่อดิฉันเลี้ยงลูกอย่างใกล้ชิด พ่อคือคนที่เรานึกถึงทุกครั้งที่มีเรื่องอย่างบอก อยากเล่า 'พ่อ' ไม่เหมือนแม่ตรงที่ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยสอนหรือบ่นอะไร พ่อไม่ได้เรียนรู้วิธีเลี้ยงลูกจากตำราเล่มไหน แต่เพราะ'พ่อ'ใช้สัญชาตญาณของความรักโอบอุ้มแก้วตาดวงใจให้ผ่านพ้นแต่ละช่วงวัยได้อย่างดี จนแม้'พ่อ'จากไปแล้ว ความรักของ'พ่อ'ก็ยังประคับประคองเราเสมอมา เพราะมีประสบการณ์ที่ประทับใจ 'พ่อ' มากเหลือล้นดิฉันจึงเชื่อเหลือเกินว่า บทบาทการเลี้ยงลูกโดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันที่แสนจะซับซ้อน และท้าทายครอบครัวยุคใหม่แบบนี้ ความชัดเจนของเส้นแบ่งบทบาทระหว่างพ่อกับแม่คงไม่เป็นผลดีอะไรนัก ไม่มีใครเล่นบทพระเอก นางรอง อีกต่อไปแล้ว 'พ่อ' คือคนที่ป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม เห่กล่อม ให้ลูกได้เช่นเดียวกับแม่ ในบางอย่างสัญชาตญาณที่แตกต่างระหว่างชายหญิง ของ 'พ่อ' ยังทำหน้าที่ได้ดีกว่าแม่ด้วยซ้ำ เพราะความ สุขุม หนักแน่น มีความมั่นคง ในแบบของพ่อช่วยทำให้หลายครั้งที่แม่วิตกกังวล ร้อนรน ตกใจไปกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกตรงหน้า ผ่านพ้นไปด้วยดี แค่เพียงมีพ่ออยู่ข้างๆ 'พ่อ' ทำอะไรได้หลายอย่างแบบที่แม่นึกไม่ถึงเชียวล่ะค่ะ ขอเพียงเปิดพื้นที่ มีเวทีของความไว้วางใจ มอบให้พ่อได้ทำหน้าที่นี้ในแบบที่แม่ทำ แล้วคุณแม่ทุกท่านจะพบว่า 'ความรักที่มีต่อเจ้าตัวน้อย' จะนำพาให้ผู้ชายของบ้านคนนี้เติบโตในบทบาทพ่อไปพร้อมๆกับการเติบโตของลูกน้อย และเรื่องราวการเดินทางของความรักก็จะกลายเป็นความประทับใจให้ลูกได้เกี่ยวเก็บไว้ในความทรงจำ และใช้มันขับเคลื่อนชีวิตของตัวเองต่อไปในภายภาคหน้า แบบที่ดิฉันได้ประสบมาแล้ว MM ขอมอบความรักด้วยเนื้อหาฉบับพิเศษให้กับคุณพ่อทุกท่านในเดือนแห่งความรัก(พ่อ) เดือนนี้และพร้อมเป็นกำลังใจให้กับพ่อ เพื่อทำหน้าที่แสนวิเศษนี้ได้อย่างดีที่สุดค่ะ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ สรัญญา โภคาลัย ผู้อำนวยการบริหารเรื่องเด่นประจำฉบับSpecial for Daddy … Dad Falls in Love•เจาะใจพ่อลูกอ่อนมือใหม่ คุยกับ 4 พ่อมือใหม่ ฝันเด่น ช้างน้อย วรุฒและเจฟฟรี่ •Special Case Happiness of Full-Time Dad ความสุขของการเป็นพ่อเต็มเวลา •Modern DadWe Gonna be Perfect Parent Together •บทบาทพ่อ...เริ่มแต่วันแรกที่ (แม่) ตั้งครรภ์4 เทคนิคง่ายๆ แม่ช่วยสร้างความคุ้นเคย มีส่วนร่วมให้กับว่าที่คุณพ่อ •เซ็กซ์หลังคลอดล้วงลึกถึงความในใจของแม่ใหม่ให้พ่อเข้าใจ ทำไมถึงกังวลกับเซ็กซ์หลังคลอด ภาค My Baby•Be Easy Be Modern Momสารพัดเรื่องอาหารเสริม ช่วยลูกเริ่มต้นได้สบาย •เรื่องชวนรู้การใช้ยาในเด็กเล็กสำคัญ! พ่อแม่ต้องรู้ก่อนป้อนยาลูก •โรคหน้าจับตามองปี 2010•6 เทคนิคช่วยป้อนนม (แม่) พบกับ 4 อุปกรณ์ 1 ท่าป้อน กับอีก 1 ตัวช่วยป้อนนมแม่ภาค My Toddler & Kid •ปรับพฤติกรรมลูกด้วยรางวัลกอด หอมแก้ม ปรบมือ นี่แหละรางวัลสร้างสรรค์ ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมลบของลูกวัย 1-3 ปี •รวมเรื่องเข้าใจผิดของจุ๊ดจู๋และจุ๋มจิ๋มเช็กด่วน...คุณเองเข้าใจผิดอยู่หรือเปล่า ภาค Ask The Experts • ลูกชอบเล่นน้ำลายผิดปกติไหม แก้ปัญหาลูกฉี่รดที่นอน • เป็นไซนัสตอนใกล้คลอดเป็นอันตรายกับลูกไหม • หน่ายชีวิตคู่ภาค My Belly•Fashionสิรินยา-ไบรอน บิชอพ ... Endless Love •เลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ครึ่งแรกและครึ่งหลังของการตั้งครรภ์เลือดบ่งบอกอาการต่างกัน ปกติหรือไม่คุณแม่ต้องรู้ไว้ •เก็บความประทับใจวันลูกเกิด5 ไอเดียสร้างแรงบันใจให้แม่ เก็บความทรงจำในวันสุดพิเศษภาค Well Balanced•ปลุกพลังให้แม่ทำงาน4 เคล็ดลับจุดไฟในการทำงานให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง •วิธีจัดโต๊ะทำงานตามฮวงจุ้ย สวยงาม เป็นระเบียบ แถมสบายใจ เสริมงานรุ่งเรือง •วิถีตะวันออก ชวนแม่ล้างพิษรับปีใหม่ คอลัมน์เด่น 2 คอลัมน์****โรคต้องระวังปี 2010****เรื่องของโรคภัยเป็นอะไรที่น่ากลัวเสมอ ยิ่งลูกเรายังเล็กอยู่ ภูมิต้านทานที่ยังไม่มากพอ ก็ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย แถมโลกเรายังมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะสิ่งแวดล้อม สภาพอากาศ ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะต่างๆ มากมาย รวมไปถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ต่างไปจากเดิม ทำให้ความรุนแรงของบางโรคเพิ่มมากขึ้น หรือกลับมาระบาดอีกครั้ง จากการพูดคุยกับศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์ หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากคุณแม่ผู่อานกันกันค่ะเหตุกระตุ้นโรคแพร่กระจาย ต้นตอที่ทำให้โรคมีการพัฒนาตัวเอง จนดูเหมือนว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น ระบาดได้ง่ายขึ้น หรือเป็นโรคที่เคยระบาดเมื่อนานมาแล้วกลับมาเป็นปัญหาอีก ประกอบไปด้วยปัจจัยต่างๆ ดังนี้ค่ะสภาวะอากาศ เนื่องจากภาวะที่ภูมิอากาศของประเทศไทยและทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ฝนหรืออากาศหนาวมักมาผิดฤดูกาล ทำให้ทุกครั้งที่อากาศชื้นและเย็น ต้องระวังโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเป็นพิเศษดื้อยา เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะกันมากขึ้น รวมถึงการกินยาไม่สม่ำเสมอและให้ยาไม่ถูกวิธี ปัญหาเชื้อดื้อยาจึงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว อย่างโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคนิวโมคอกคัส ซึ่งเป็นเชื้อสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบและโรคหูอักเสบ ก็เริ่มดื้อยามากขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ การใช้ยาที่แรงขึ้น ก็ทำให้เกิดการดื้อยามากขึ้นเช่นเดียวกัน มลภาวะ มลภาวะบ้านเรามีมากขึ้น ทำให้พบปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เด็กๆ จึงเป็นโรคที่เกี่ยวกับปอดมากขึ้น เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ ฯลฯ เมื่อไหร่ที่อากาศชื้นแล้วเป็นหวัด ก็จะติดเชื้อและแพร่เชื้อง่าย วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากทีเดียว จากที่เด็กมักจะมีปู่ย่าตายายคอยดูแล สมัยนี้พ่อแม่ยุคใหม่ก็พาลูกๆ ไปอยู่เดย์แคร์ตั้งแต่ยังเล็กกันมากขึ้น การที่เด็กอยู่รวมกันมากๆ ก็จะ แพร่เชื้อติดต่อกันได้ง่ายเช่นเดียวกัน 5 โรคที่ต้องเตรียมรับมือแม้ว่าโรคน่าจับตาต่อไปนี้จะไม่ใช่โรคใหม่ แต่การที่โรคมีความรุนแรงมากขึ้น ก็คงมีความสำคัญมากพอที่เราจะหันมาใส่ใจและเตรียมพร้อมรับมือ1. โรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่อาจจะรุนแรงและมีการระบาดได้มากขึ้น แม้ว่าเด็กบางคนอาจจะเคยเป็นโรคนี้มาก่อนแล้ว ก็สามารถเป็นอีกได้ เพราะทุกๆ ปี ไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ที่เป็นชนิดเอ จะมีการพัฒนาตัวเอง ทำให้ระบบภูมิต้านทานในร่างกายของเราจำเจ้าเชื้อตัวนี้ไม่ได้ เมื่อได้รับเชื้อมาก็สามารถทำให้เราป่วยได้อีก แม้ว่าโรคนี้จะไม่ใช่โรคที่รุนแรงมากนัก แต่เป็นโรคที่มีผลกระทบ เพราะทำให้ไม่สบายอยู่หลายวัน เด็กเล็กซึ่งมีภาวะเสี่ยง อาจจะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เมื่อเป็นโรคนี้แล้วโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ก็จะตามมาอีก ต้องระวังการระบาด ซึ่งมีมากในช่วงหน้าหนาวและหน้าฝน และต้องระวังด้วยว่า เมื่อมีการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาที่มักเกิดจากกลุ่มโรคไวรัส ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เป็นปอดอักเสบด้วยสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่พบในไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ไข้หวัดใหญ่มีการพัฒนาสายพันธุ์และรุนแรงขึ้นทุกปี เพราะโดยธรรมชาติของไข้หวัดใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดอยู่แล้ว อย่างที่พบในปีนี้ จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ธรรมดา ก็กลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งรุนแรงมากขึ้นได้ และไม่เคยปรากฏมาก่อน 2. โรคมือเท้าปาก โรคนี้น่ากลัวมากขึ้น เพราะระยะหลังมักปรากฏการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส-71 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ก่อปัญหารุนแรง แม้ว่าไม่ได้พบบ่อย แต่ความรุนแรงของไวรัสสายพันธุ์นี้ก็อาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้ และทำให้สังคมตื่นตกใจ แม้ว่าเราสามารถพบโรคนี้ได้ตลอดปี เพราะมีการระบาดหลายรอบ แต่จะพบมากขึ้นช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว ระบาดมากขึ้น3. ท้องเสีย ที่พบได้ทั่วไปในช่วงหน้าหนาวคือ ไวรัสโรต้า ไม่ว่าจากอาหารเป็นพิษหรือสาเหตุใด โรคท้องเสียก็ยังคงน่ากังวล ปัญหาอย่างหนึ่งคือ เวลาอากาศเย็นและชื้น ไวรัสจะตายช้า ทำให้เกิดการแพร่เชื้อออกไปได้ง่าย ช่วงหน้าหนาวก็จะมีปัญหาเรื่องของการติดต่อกันทางน้ำลาย ทางอุจจาระ ทางน้ำ และทางอาหาร เพราะฉะนั้นโรคอุจจาระร่วงก็ยังจะเป็นปัญหาสำคัญอยู่4. โรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีระบบการกำจัดลูกน้ำยุงลายไม่ดี ก็จะมีปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการก่อสร้างตลอดเวลา และมีน้ำขังตามที่ต่างๆ 5. โรคชิคุนกุนยา เคยมีการระบาดในประเทศไทย และหายไปในภายหลัง เมื่อกลับมาระบาดใหม่ ก็พบว่าเป็นสายพันธุ์ที่ต่างไปจากเดิม แม้จะเป็นกันมากทางภาคใต้ เพราะมียุงลายและสวนมาก แต่อาจจะลามขึ้นมาถึงกรุงเทพฯ ได้เหมือนกันปกป้องลูกให้ห่างไกลโรค5 โรคที่ต้องรับมือและปกป้องลูกให้ห่างไกลนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับแม่อย่างเรา แต่ก็ต้องตั้งรับให้ดีเพื่อลูกๆ ค่ะ มาดูวิธีปกป้องลูกให้ห่างไกลโรคด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สามารถป้องกันความเจ็บป่วยให้เด็กเล็กได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคของระบบทางเดินหายใจ โรคท้องเสีย โรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ ที่หากเป็นมากก็อาจทำให้เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น เช่น ไซนัส หูอักเสบ หอบหืด ปอดบวม ฯลฯ เพิ่มขึ้น ถ้าเราป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวให้นานที่สุด หรือให้นมแม่อย่างน้อย 6 เดือนแรก นอกจากจะมีภูมิต้านทานที่ดีแล้ว ยังแข็งแรงและฉลาดด้วย เรื่องนี้คุณพ่อก็มีส่วนช่วย เพราะปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ประสบความสำเร็จคือ การสนับสนุนจากคุณพ่อนั่นเอง ให้วัคซีนครบถ้วน การให้วัคซีนพื้นฐานให้ครบตามอายุที่เหมาะสม เป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะช่วยให้ลูกมีภูมิต้านทานที่ดี แต่หากสามารถวัคซีนเสริมได้ ก็จะช่วยให้ลูกมีภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้นโภชนาการที่ดีหากลูกกินอาหารที่ถูกสุขอนามัย จะช่วยลดการเจ็บป่วยในเด็กเล็กได้ทางหนึ่ง หลัง 6 เดือนไปแล้ว คุณควรให้อาหารเสริมที่เหมาะสมตามอายุและพัฒนาการของลูก หลักง่ายๆ คือการกินให้ครบ 5 หมู่เท่านั้นเองค่ะ ออกกำลังกายการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำให้พัฒนาการและร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย มีพลังในการเรียนรู้โลกกว้าง ทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ลูกร่าเริงแจ่มใส มีสุขภาพจิตดี ที่สำคัญคือ คุณควรมีเวลาพาลูกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ด้วยนะคะหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมก่อโรคควรหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดความไม่ปลอดภัยในสุขภาพ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ไม่ปล่อยให้มีน้ำขัง ทำบ้านให้สะอาด เพราะฝุ่นและไรฝุ่นเป็นตัวกระตุ้น ทำให้เกิดภูมิแพ้และเป็นหอบหืดได้ง่าย และไม่ควรมีสัตว์เลี้ยงในบ้านที่มีเด็กเล็ก เพราะมีโรคที่นำพามาโดยสัตว์มากมาย ดังนั้น ควรกำจัดสิ่งที่อาจจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพเด็ก และระบายอากาศได้ดี แม้ว่าทั้ง 5 โรคไม่ใช่โรคใหม่ แต่การที่โรคเหล่านั้นมีการปรับตัวอยู่ตลอด จนทำให้มีความรุนแรงและแพร่ระบาดได้มากขึ้น คุณแม่ควรใส่ใจดูแลลูกใกล้ชิด และหาวิธีป้องกันไม่ให้ลูกอยู่ในสถานที่เสี่ยง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของเจ้าตัวเล็กค่ะขอบคุณข้อมูลวิชาการ : ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์ หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ศิริราชพยาบาล+++++++++++++++++++++++++++***เซ็กซ์หลังคลอด *** เกิดมาเป็นผู้หญิงก็ต้องมีบทบาทหน้าที่ตั้งหลายอย่าง พอแต่งงานแล้วก็ต้องเป็นภรรยาสุดที่รัก ตอนท้องก็จะเริ่มงงๆ งานการในหน้าที่ของเมียที่ดีก็จะน้อยลง เนื่องจากสังขารไม่ให้ พอคลอดลูกออกมาแล้วคราวนี้ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะความเป็นแม่นั้นมันยิ่งใหญ่นัก ธรรมชาติสร้างให้ผู้หญิงเราเป็นแม่มากกว่าเป็นเมีย ฮอร์โมนของการให้นมของแม่ก็เลยกดฮอร์โมนเพศหญิง ความต้องการทางเพศตอนหลังคลอดก็เลยหดหายไปหมดด้วย คุณพ่อก็เลยต้องนอนก่ายหน้าผากตาปริบ ดูลูกดูดหลับคาเต้าอย่างมีความสุข...เฮ้อ อิจฉาจัง!! เรามาศึกษาเรียนรู้ผู้หญิงกันก่อนดีกว่าว่า เธอทำต่อมความรู้สึกทางเพศหายไปไหน สาเหตุที่ทำให้คุณผู้หญิงไม่มีความรู้สึกทางเพศหลังจากคลอดลูกไปแล้วมีมากมายหลายเหตุผล ทั้งทางด้านร่ายกาย จิตใจ และอารมณ์ ความสับสนในบทบาทของการเป็นแม่กับการเป็นเมีย รวมทั้งความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไประหว่างสามี-ภรรยาอายหุ่นทางด้านร่ายกายเป็นเรื่องที่เห็นชัดที่สุด หลังคลอดอะไรต่ออะไรก็เปลี่ยนไป จากหุ่นเซ็กซี่เอวคอด ก็กลายเป็นตัวกลมๆ ตันๆ หุ่นเหมือนถังแก๊ส พุงก็ห้อย ท้องก็ลาย ตัวก็ใหญ่เทอะทะ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ขนาดตัวเองยังทนดูตัวเองไม่ได้ นับประสาอะไรจะไปเปลือยกายให้สามีดู แทนที่จะมีอารมณ์ เดี๋ยวเห็นหุ่นแล้วจะตกใจหัวหดไปหมด เริ่มต้นก็นึกถึงภาพตัวเองตอนก่อนมีลูก แล้วพยายามตั้งใจให้กลับมาเหมือนเดิมให้ได้ ต้องพยายามคุมอาหาร ออกกำลังกายให้หุ่นกลับมาเหมือนเดิม ท้องจะลายไปหน่อยก็ไม่ต้องสนใจ ปิดไฟก็ไม่เห็นแล้ว ถ้ายังไม่เหมือนเดิมก็คงต้องอาศัยความตั้งใจและความอดทน แล้วสักวันก็จะสามารถกลับมามองดูตัวเองด้วยความภูมิใจเหมือนเดิม ความมั่นใจในตัวเองที่หายไปก็จะกลับมาอีกครั้ง แล้วก็อย่าลืมบริหารกระบังลมโดยการขมิบก้นให้เข้าที่ อย่างน้อย 30 ครั้งต่อวัน ถ้าทำทุกวันก็มักจะกลับมาฟิตปั๋งเหมือนเดิมภายใน 3 เดือน แต่ถ้าทำต่อไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งดีใหญ่ ถ้าเรารู้สึกว่าของเราดีแล้ว สามีติดใจ เราก็จะได้ภูมิใจที่เราสามารถกลับมามีทุกอย่างเหมือนเดิมด้วยตัวเราเองกลัวเจ็บคุณหมอจะห้ามการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงตอนหลังคลอด 6 สัปดาห์ โดยมากแผลมันหายสนิทดีหมดแล้ว แต่อาจยังมีเม็ดปมหลงเหลือยังละลายไม่หมดอยู่บ้าง เวลามีเพศสัมพันธ์มีการเสียดสีก็อาจทำให้รู้สึกเจ็บตรงรอยฝีเย็บได้ คุณผู้หญิงก็กลัวว่าแผลมันจะอักเสบ เลยพยายามหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ แล้วก็เลยพานไม่อยากจะมีอีกเลยก็ได้ หลังคลอด โครงสร้างภายในที่ยึดโยงมดลูกภายในท้องน้อยก็ยืดหย่อนยานกว่าตอนที่ยังไม่มีลูก เวลามีเพศสัมพันธ์ มดลูกก็อาจโยกเยกคลอนแคลนได้ง่าย ทำให้จุกเสียดในท้องน้อยได้ง่าย ยิ่งในรายที่คลอดโดยการผ่าตัดคลอดก็อาจมีอาการเจ็บภายในท้องน้อยได้มากกว่านิดหน่อย เพราะมีการผ่าตัด มีการเย็บมากกว่าแบบคลอดเอง กว่าจะกลับมาเข้าที่ไม่มีอาการเจ็บอีกเลย ก็คงต้องให้เวลากันมากกว่าปกตินิดหน่อย มีอะไรกันครั้งแรกๆ หลังคลอดก็คงต้องเจ็บแผลกันบ้างเป็นธรรมดา ใครๆ ก็เป็นกันได้ไม่ต้องไปกังวลหรอกครับ ถ้าเจ็บอยู่ก็คงต้องเปลี่ยนท่าเปลี่ยนตำแหน่งกันนิดหน่อย ท่าปกติเรานอนอยู่ข้างล่าง สามีอยู่ข้างบน เวลาทำอะไรกันมันจะถูเสียดสีตรงแผลพอดี แค่กลับหลังหัน ท่าคลานสี่ขาก็ไม่โดนแผลแล้ว ง่ายจะตายไป หรือทำท่าไหนก็ไม่ถูกใจ ก็ทำเองซะหมดเรื่องหมดราว ซึ่งคุณแม่ก็จะสามารถกำหนดแรง กำหนดมุมได้ด้วยตัวเอง ก็จะเจ็บน้อยลง แต่ถ้ายังไงมันก็ไม่มั่นใจก็โทรไปปรึกษาคุณหมอที่ทำคลอดก็ได้ เลย 3 เดือนไปแล้วก็มักจะไม่มีอาการเจ็บหลงเหลืออยู่เลย ถ้ายังเจ็บก็คงต้องไปหาหมอตรวจซะให้เรียบร้อยไม่มีอารมณ์หลังคลอดคุณแม่หลายคนก็ต้องมาเหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงลูก มองไปข้างๆ เห็นแล้วโมโห ก็คุณสามีตัวดีเอาแต่นอน ไม่เคยมาช่วยเลี้ยงลูกเลยแม้แต่สักนิด เป็นอย่างนี้ทุกวันก็ยิ่งทำให้ภรรยารู้สึกน้อยอกน้อยใจว่า ทีอยากจะมีเพศสัมพันธ์ก็ยังทำได้ไม่รู้จักเหน็ดรู้จักเหนื่อย แต่พอมีลูกออกมาแล้วไม่เห็นจะช่วยเลี้ยงเลย ความรู้สึกอย่างนี้แหละที่เป็นตัวอันตรายที่ทำให้การเลี้ยงลูกมาถ่างความสัมพันธ์ระหว่างกันออกไป ...เห็นหน้าก็แอบโกรธอยู่ในใจแล้ว ไม่ต้องมาสะกิดกันให้ยาก ความรู้สึกทางเพศมันก็เลยหดหายเหือดแห้งไปหมดด้วย ต้องเข้าใจว่า เพศสัมพันธ์นั้นเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของชีวิตครอบครัวที่จะช่วยชูรสชูรักให้มีความสัมพันธ์ต่อกันแน่นแฟ้น เป็นการแสดงความรักต่อกันได้แม้ไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ ลองหลับตาแล้วนึกถึงตอนนั้นดูสิ มันบอกอะไรได้มากมาย จะมาคิดว่าไม่มีอารมณ์ก็ไม่ต้องมีอะไรกันมันก็ไม่ดี เดี๋ยวคุณสามีเขาแอบไปมีอะไรที่อื่นนอกบ้าน ถึงตอนนั้นมันก็สายเกินไปเสียแล้ว เรื่องนี้จะเริ่มที่ใครไม่ได้นอกจากจะเริ่มที่ตัวเราเองก่อน ...ไม่ยากหรอกครับถ้ามีความตั้งใจจริงเหนื่อยจนไม่มีแรงทำอะไรสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ความรู้สึกทางเพศหายไปก็คือ ความสับสนในบทบาทของตัวเอง ก่อนหน้านี้สามีให้เป็นเมียเพียงอย่างเดียว มันก็ไม่ยาก ไม่ต้องมีใครสอนก็ทำกันได้ แต่พอมีลูกสัญชาตญาณความเป็นแม่มันมีมากกว่า บทบาทแม่เลยบดบังบทบาทเมียเสียหมด แล้วเป็นแม่ก็ไม่ใช่เป็นกันได้ง่ายๆ เลี้ยงลูกอ่อนเป็นงานที่แสนเหน็ดเหนื่อย บางทีไม่ได้นอนทั้งคืนก็มี ความเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเลี้ยงลูกก็อาจทำให้ไม่มีอารมณ์โรแมนติกในเรื่องอย่างว่าเลย พอหัวถึงหมอนก็หลับซะแล้ว เอาอะไรมาสะกิดก็ไม่มีอารมณ์ เรื่องของบทบาทของความเป็นแม่ กับความเป็นเมียนี่แหละที่สำคัญที่สุด เพราะโดยมากพอมีลูกแล้วก็มักจะเล่นบทบาทของความเป็นแม่ซะมากกว่า จนสามีนึกว่าเราเป็นแม่ไปอีกคนเลย คุณพ่อต้องพยายามหาโอกาสแทรกเข้าไปมีบทบาทตรงกลางระหว่างแม่กับลูกเยอะๆ ให้คุณแม่รู้สึกว่าต้องทำหน้าที่บทบาทของความเป็นเมียบ้าง อย่าให้แม่กับลูกยุ่งกันอยู่แค่สองคน แล้วดูเหมือนพ่อเป็นคนนอก ลุยเข้าไปเลย ช่วยกันเลี้ยงเจ้าตัวน้อย ฟัดลูกบ้าง ฟัดแม่บ้าง ให้ดูมีความสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติ แม้ว่าบางทีมีลูกนอนอยู่ในห้องด้วยกัน หากช่วยกันเลี้ยง พอลูกหลับก็เป็นเวลาของคุณพ่อคุณแม่สองคนแล้ว อ้อ...อย่างลืมแยกเตียงเจ้าตัวน้อยด้วยนะครับ ถ้านอนเตียงเดียวกันเป็นก้างขวางคอแล้วยิ่งทำอะไรกันลำบาก ในรายที่ยังไม่อยากมีลูกติดๆ กันหัวปีท้ายปี ก็ควรไปหาหมอ ปรึกษาคุมกำเนิดซะให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องมาห่วงพะวงว่าจะตั้งครรภ์ เห็นมั้ยครับว่าการกลับมามีต่อมความรู้สึกทางเพศโตเท่าเดิมเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยตัวเอง ต้องอาศัยความพยายาม ความอดทนบ้าง แต่ผลที่ได้มันก็คุ้มค่านะครับ ...หากได้ผลเกินคาดอาจต้องมาหาวิธีทำให้ต่อมนี้มันยุบลงก็ได้ เรื่อง : นพ.อานนท์ เรืองอุตมานันท์ติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นิตยสาร Modern Mom ฉบับที่ 170 ธันวาคม 2552 ปก : คุณซินดี้-สิรินยา บิชอพ และ คุณไบรอน บิชอพ

นิตยสาร MODERN MOM

For Dad พบคำตอบคุณเป็นพ่อแบบไหน  เปิดใจ...4 พ่อลูกอ่อนมือใหม่ ทดสอบให้ชัวร์ก่อนพ่อเข้าห้องคลอด  For Mom ปลุกพลัง Working Mom ให้พร้อมลุยงาน ลาที...เซลลูไลท์ตัวร้าย  จานด่วนโดนๆ ของแม่ท้อง  For Baby รวมสารพัดเรื่องอาหารเสริมช่วยลูกเริ่มต้นได้สบาย  เท่าทัน...โรคน่าจับตาปี 2010 ปรับพฤติกรรมลูกด้วยรางวัลสร้างสรรค์  Q&A อาทิ ทางแก้ลูกฉี่รดที่นอน ลูกยี้นม ทำไงดี กังวล เป็นไซนัสตอนท้องแก่

ดูฉบับทั้งหมด


บุคคล

#กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม (เจเจ)#กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา#กันต์ กันตถาวร#ชลิตา ส่วนเสน่ห์ (น้ำตาล)#ณภัทร เสียงสมบุญ (นาย)#ณเดชน์ คูกิมิยะ (แบรี่)#อุรัสยา เสปอร์บันด์ (ญาญ่า)#มาริโอ้ เมาเร่อ (โอ้)#จรินทร์พร จุนเกียรติ (เต้ย)#พาขวัญ สหวงษ์ (มะลิ)#อารยา เอ ฮาร์เก็ต (ชมพู่)#พัชราภา ไชยเชื้อ (อั้ม)#ตรีชฎา มาลยาภรณ์ (ปอย)#ดาวิกา โฮร์เน่ (ใหม่)#ปริญ สุภารัตน์ (หมาก)#คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ (คิม)#เจษฎาภรณ์ ผลดี (ติ๊ก)#จิรายุ ตั้งศรีสุข (เจมส์จิ)#ศุกลวัฒน์ คณารศ (เวียร์)#ราณี แคมเปน (เบลล่า)#ณัฐ ศักดาทร (นัท AF4)#ปราชญา เรืองโรจน์ (สิงโต)#พีรวัส แสงโพธิรัตน์ (คริส)#ลลนา ก้องธรนินทร์ (เจี๊ยบ)#ภูภูมิ พงศ์ภาณุ (เคน)