นิตยสาร TOP GEAR

ปีที่ 3 ฉบับที่ 46 June 2009

ดูฉบับทั้งหมด

ข้อความบนปก

ปีที่ 3 ฉบับที่ 46 มิถุนายน 2552

10 เว็บไซต์ที่เปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกของ Stig ที่แม้แต่ TopGear ยังไม่เคยรู้ : THIS MONTH เร็วกว่า แรงกว่า และแสบซ่ายิ่งกว่าเดิม Lambo SV vs FerrariXX สี่สุดยอดซูเปอร์ซาลูนบนถนนที่สวยที่สุดในโลก Sit back, take hold, Thunder Road JAG XFR CLS AMG vs M5 vs CADDY CTS-V ROAD TRIP 2009 Las Vegas - Los Angeles - San Francisco

รายละเอียด

ประเภท : นิตยสารยานพาหนะรายเดือน

ราคาบนปก : 90 บาท

ISSN : 1905-0143

บริษัท : Media Expertise International( Thailand ) Co.,Ltd.

เว็บไซต์ : www.meithailand.com

อีเมล : -

วางแผง : 11 มิถุนายน 2552

ไม่มีการจำหน่ายนิตยสาร (เล่มกระดาษ) บนเว็บไซต์แล้ว
มีเฉพาะฉบับดิจิตอล (e-magazine) ที่อ่านผ่าน App Ookbee เท่านั้น

สั่งซื้อนิตยสาร TOP GEAR ปีที่ 3 ฉบับที่ 46 มิถุนายน 2552 ฉบับดิจิตอล (Digital Version) กับ Ookbee

ซื้อเลย
ตัวอย่างเนื้อหา

TOYOTA Estima 2.4G ของชอบของครอบครัว

หลายท่านอาจสงสัยเมื่อสังเกตเห็นเอ็มพีวีรุ่นนี้เล่นกันอย่างขวักไขว่ แต่จะเข้าใจได้ไม่ยาก หากคุณได้สัมผัสมันอย่างใกล้ชิด ......................................................................................................................Estima เจเนอเรชั่นแรกนั้นเปิดตัวออกมาตั้งแต่ปี 1990 ด้วยมาดเอ็มพีวี ล่ำสมัยของยุคนั้น ซึ่งรุ่นแรกนั้นอยู่ยงคงกระพันมาร่วม 10 ปี จนมาถึงช่วงปลายปี 2000 ทาง TOYOTA จึงได้ส่งเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่ได้รับการปรับปรุงสวนต่างๆให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้นออกมาแทน ส่วนเจเนอเรชั่นที่ 3 ที่เห็นอยู่นี้ถูกนำเข้าจำหน่ายในบ้านเราในช่วงปลายปี 2006 และได้เสียงตอบรับที่ดีตั้งแต่เปิดตัวจากบรรดาผู้บริโภคจนคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันมีการขยับปรับเปลี่ยนตามสภาพการณ์ จึงถึงเวลา “ไมเนอร์เชนจ์” ของ Estima เพื่อให้ทันเกมส์นั่นเอง เนื่องจากผู้สันทัดกรณีคาดการณ์ว่าเจอเนอเรชั่นนี้ยังสามารถทำตลาดได้อีกนาน จนกว่าเจเนอเรชั่นที่ 4 ออกมาในปี 2012 (ในต่างประเทศ)
ถ้ามอง New Estima คันนี้อย่างผิวเผิน หลายๆท่านอาจมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า “แล้วมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?” เพราะอาจรู้สึกว่าไม่ต่างไปจากรุ่นเดิมสักเท่าไหร่ เนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกออกแบบมาได้ลงตัวมากอยู่แล้วนั่นเอง เอ็มพีวีรูปทรงแอโรไดนามิกปราดเปรียวที่ลบมุมได้อย่างกลมกลืนตั้งแต่หัวจรดท้ายคันนี้จึงไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากนัก นอกจากรายละเอียดตามจุดต่างๆ เช่น ชุดไฟส่องสว่างหน้ารูปทรงใหม่แบบ HID (High Intensity Discharged) พร้อมระบบ AFS (Adaptive Front-lighting System) ซึ่งมีหน้าที่ปรับมุมของลำแสงไฟอัตโนมัติตามการหักเลี้ยวของพวงมาลัยและน้ำหนักบรรทุก ซึ่งช่วยเพื่อเพิ่มทัศนะวิสัยในการขับขี่ในเวลากลางคืน ให้ดียิ่งกว่าเดิม ส่วนเล็กๆน้อยๆ อย่างกระจังหน้าและกันชนหน้าแบบใหม่ก็ส่งผลดีต่อสายตามากขึ้น ส่วนทางด้านหลังนั้น ไฟท้าย LED สีแดงขาวยังคง ยกสูง ขึ้นไปติดกับกระจกหลังและโอบรัดความกว้างของตัวรถไว้ทั้งหมด มีเพียงการปรับปรุงในรายละเอียดของส่วนที่เป็นสีขาวเท่านั้น ภายในห้องโดยสารของรุ่นนี้มีความโดดเด่นในเรื่องพื้นที่ใช้สอยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (ถ้าไม่เด่นก็คงไม่ใช่รถ MPV น่ะนะ) พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานของระบบเครื่องเสียงได้อย่างสะดวก (ในภาพที่เห็นเครื่องเสียงยังไม่ได้รับการติดตั้ง เนื่องจากปล่อยไว้ให้เจ้าของเลือกตามความต้องการ ทั้งสามารถเลือกติดตั้งปุ่มควบคุมสำหรับระบบปรับอากาศและโทรศัพท์ติดรถยนต์เพิ่มได้ด้วย) ส่วนบริเวณด้านหลังฝั่งขวาของพวงมาลัยนั้นเป็นที่อยู่ของสวิตช์ควบคุมระบบ Cruise Control มาตรวัดเรืองแสงแบบออพติตรอน มีจอแสดงข้อมูลจากการขับขี่ (Multi-Information Display) พร้อมการตกแต่งด้วยลายไม้เพิ่มความหรูหรา เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าสักหลาดเนื้อดี เอาอกเอาใจผู้ขับขี่เป็นพิเศษด้วยเบาะนั่งแบบปรับไฟฟ้า เบาะนั่งด้านหลังถปแบ่งเป็น 2 แถว ในลักษณะ 2 + 2 และเบาะนั่งแถวที่ 3 นั้นสามารถพับเก็บเรียบเสมอไปกับพื้นห้องโดยสารอย่างแนบเนียนด้วยระบบไฟฟ้า และสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์ประเภทนี้คือ ช่องเก็บสิ่งของประเภทต่างๆ ทั่วทั้งคัน ปิดท้ายปิดท้ายด้วยมูนรูฟหรือหลังคากระจก 2 บาน ที่มาพร้อมกับแผ่นบังแสงแบบเปิด – ปิดด้วยไฟฟ้า (เฉพาะด้านหลัง) แต่น่าเสียดายที่ทั้ง 2 บาน ไม่สามารถสไลด์เปิดออกได้ แต่บานเล็กตรงบริเวณผู้ขับขี่สามารถกระดกขึ้นได้ด้วยมือ ทัศนวิสัยโดยรวมถือว่าดีทีเดียวเพราะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งด้านหน้า ด้านข้าง การใช้งานในพื้นที่จำกัดอย่างตามห้างสรรพสินค้าเป็นไปอย่างสะดวกสบาย ประตูข้างทั้ง 2 ฝั่งเป็บแบบสไลด์เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้ามีระบบป้องกันการเปิดประตูขณะเคลื่อนที่ และระบบป้องกันการปิดประตูหากมีสิ่งกีดขวาง เช่นเดียวกับฝาท้าย ส่วนระบบปรับอากาศเป็นแบบ 3 ตอน ให้ความเย็นสบายอย่างทั่วถึงตลอดทั้งคัน และแยกส่วนควบคุมของผู้ขับขี่ ผู้โดยสารด้านหน้า และผู้โดยสารตอนหลังทั้งหมด

LEXUS RX 350

เด็ดดวงกว่าที่เคย ด้วยพลัง 275 แรงม้า เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้กลายเป็นสปอร์ต SUV ได้ง่ายๆหลังจากที่อนุกรม RX ได้สร้างความฮือฮาให้กับกลุ่มผู้ใช้ SUV ระดับพรีเมี่ยมมาได้ระยะหนึ่ง ก็เริ่มออกอาการสะดุดเมื่อเจอกับการปรับภาษีและราคาที่กระโดดสูงขึ้น จึงมีการกระตุ้นตลาดด้วยการเปิดตัวไมเนอร์เชนจ์พร้อมเครื่องยนต์ใหม่แบบ V6 พิกัด 3.5 ลิตร ซึ่งเน้นทั้งด้านสมรรถนะและความหรูหรามากเป็นพิเศษ เพราะเคยโดนติเรื่องสมรรถนะอยู่บ้าง รูปลักษณ์ภายนอกดูปราดเปรียวกว่าเดิม แต่ที่เห็นได้ชัดคือหลังคากระจกทั้งชิ้นที่ดูหรูหรา และช่วยให้เพลิดเพลินกับทัศนียได้มากเป็นพิเศษ ...ถ้าคุณไม่ได้ขับอยู่แต่ในเมืองเท่านั้นนะ
เรือนร่างภายนอกเห็นถึงความโฉบเฉี่ยวอย่างเด่นชัด สปอร์ตตั้งแต่หัวจรดเท้า ไฟหน้ารูปทรงโฉบเฉี่ยวมาพร้อมออพชั่นเพิ่มขึ้นมาอย่าง I-AFS ซึ่งปรับทิศทางการส่องสัมพันธ์กับการหมุนพวงมาลัยและปรับสูงต่ำแบบอัตโนมัติ ระบบไฟหน้าแบบนี้ถือว่าเป็นระบบความปลอดภัยที่มีประโยชน์มากในเวลาค่ำคืน โดยเฉพาะเมื่อต้องขับบนเส้นทางที่คดเคี้ยว เนื่องจากช่วยลดจุดบอดมุมอับได้อย่างดีเยี่ยม กระจกรอบคันเป็นแบบกรองแสง UV แต่อาจดูแปลกตาก็ตรงที่กระจกช่วงครึ่งคันหลังมีสีเข้มจนเกือบดำ เนื่องจากกฎหมายประเทศญี่ปุ่นซึ่งห้าม?ติดฟิลม์หรือเคลือบสีกระจกหน้ากับประตูหน้า ช่วงท้ายรถดูโดดเด่นสะดุดตาด้วยไฟท้ายทรงเรียวยาวรับกับแนวกระจกหลังที่ลาดเอียงมากเป็นพิเศษ ปลายท่อไอเสียแบบคู่เห็นแล้วชวนให้เกิดจิตนาการถึงพละกำลังของม้าฝูงใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้า ภายในห้องโดยสารหรูหราแต่แฝงไว้ด้วยความเป็นสปอร์ตพอให้รู้สึก จากการเน้นการใช้งานแบบ 5 ?ที่นั่ง ความยาวของฐานล้อที่ค่อนข้างมาก ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายจนเป็นอีกจุดขายที่ลูกค้าชื่นชอบ ภายในห้องโดยสารยังถูกออกแบบโดยเน้นในด้านความสอด-?คล้องของการใช้งาน จึงมีช่องเล็กช่องน้อยสำหรับเก็บของกระจุกกระจิกมากมาย ทั้งที่แผงหน้าปัด, คอนโซลกลาง, แผงประตูทั้งสี่บาน รวมถึงช่องเก็บของหลังเบาะหน้า ตัวเบาะนั่งคู่หน้าออกแบบให้มีขนาดและรูปทรงที่นั่งสบาย ส่วนผู้โดยสารด้านเบาะหลังนั้นมีความสะดวกสบายไม่แพ้ด้านหน้า เนื่อง?จากกลุ่มลูกค้าจำนวนไม่น้อยนิยมนั่งบัญชาการจากเบาะหลัง ภายในห้องโดยสารมีการเก็บเสียงที่ดีมากแม้จะใช้ความเร็วระดับ 140 กม./ชม. เสียงลมเล็ดลอดเข้ามาน้อยมาก ถ้านั่งด้านหลังแทบไม่ได้ยินเสียงลมรบกวนเลย แต่ถ้าเร็วกว่านั้นอีก ในตำแหน่งที่นั่งตอนหน้าจะเริ่มได้ยินเสียงลมที่แหวกผ่านกระจกมองข้างดังขึ้น

นิตยสาร TOP GEAR

นิตยสารรถยนต์ที่ถูกกล่าวขวัญถึงเป็นอันดับ 1 บนเกาะอังกฤษ ด้วยความจัดจ้านในแง่ของการวิเคราะห์เชิงลึก และความสนุกสนานในการนำเสนอ ในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ร้อนแรง จัดจ้าน และสะใจ กับรถที่หลายคนฝันถึงจะถูกตีแผ่อย่างถึงกึ๋น ด้วยทีมทดสอบที่มากด้วยประสบการณ์ โดยเฉพาะนักขับระดับตำนานในชุดขาวกับหมวกกันน็อคที่เป็นเอกลักษณ์ ผู้ที่สามารถเค้นสมรรถนะของตัวรถออกมาได้ถึงขีดสุด ด้วยฝีมือการขับระดับพระกาฬที่ยากจะหาตัวจับได้

ดูฉบับทั้งหมด


บุคคล

#กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม (เจเจ)#กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา#กันต์ กันตถาวร#ชลิตา ส่วนเสน่ห์ (น้ำตาล)#ณภัทร เสียงสมบุญ (นาย)#ณเดชน์ คูกิมิยะ (แบรี่)#อุรัสยา เสปอร์บันด์ (ญาญ่า)#มาริโอ้ เมาเร่อ (โอ้)#จรินทร์พร จุนเกียรติ (เต้ย)#พาขวัญ สหวงษ์ (มะลิ)#อารยา เอ ฮาร์เก็ต (ชมพู่)#พัชราภา ไชยเชื้อ (อั้ม)#ตรีชฎา มาลยาภรณ์ (ปอย)#ดาวิกา โฮร์เน่ (ใหม่)#ปริญ สุภารัตน์ (หมาก)#คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ (คิม)#เจษฎาภรณ์ ผลดี (ติ๊ก)#จิรายุ ตั้งศรีสุข (เจมส์จิ)#ศุกลวัฒน์ คณารศ (เวียร์)#ราณี แคมเปน (เบลล่า)#ณัฐ ศักดาทร (นัท AF4)#ปราชญา เรืองโรจน์ (สิงโต)#พีรวัส แสงโพธิรัตน์ (คริส)#ลลนา ก้องธรนินทร์ (เจี๊ยบ)#ภูภูมิ พงศ์ภาณุ (เคน)