นิตยสาร TOP GEAR

ปีที่ 3 ฉบับที่ 44 April 2009

ดูฉบับทั้งหมด

ข้อความบนปก

ปีที่ 3 ฉบับที่ 44 เมษายน 2552

"รวมสุดยอดยนตรกรรมอังกฤษแห่งยุค" Battling Britain  WORLD'S FASTEST, MOST EXPENSIVE...AND BEST CARS. AND THEY'RE ALL BRITS

รายละเอียด

ประเภท : นิตยสารยานพาหนะรายเดือน

ราคาบนปก : 90 บาท

ISSN : 1905-0143

บริษัท : Media Expertise International( Thailand ) Co.,Ltd.

เว็บไซต์ : www.meithailand.com

อีเมล : -

วางแผง : 1 เมษายน 2552

ไม่มีการจำหน่ายนิตยสาร (เล่มกระดาษ) บนเว็บไซต์แล้ว
มีเฉพาะฉบับดิจิตอล (e-magazine) ที่อ่านผ่าน App Ookbee เท่านั้น

สั่งซื้อนิตยสาร TOP GEAR ปีที่ 3 ฉบับที่ 44 เมษายน 2552 ฉบับดิจิตอล (Digital Version) กับ Ookbee

ซื้อเลย
ตัวอย่างเนื้อหา

NEW BMW X5 3.0D

สมรรถนะเฉียบขาดเกินหน้าตา?ออฟโรดสปอร์ตสำหรับคอ SUV นับตั้งแต่ X5 เปิดตัวก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม นอกเหนือจากรูปร่างหน้าตา?ที่กินขาดคู่แข่งแล้ว สมรรถนะของเครื่องยนต์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้หลายคนอยากมีไว้ในครอบครองสักคัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้ลองขับแล้ว ทำให้ความรู้สึกไม่ดีแบบที่เคยได้รับจาก SUV หลายๆ คันหายไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอาการโคลงเคลงในขณะที่ใช้ความเร็วสูง หรืออาการย้วยของช่วงล่างตอนเข้าโค้งแบบเต็มเหนี่ยว แต่นั่นหมายความว่าคุณต้องเป็นคนที่ชอบในด้านสมรรถนะและการขับเคลื่อนจริงๆ ไม่เช่นนั้นความรู้สึกที่ได้รับจะกลายเป็นตรงกันข้ามและจะบ่นว่ามันแข็งกระด้างไร้ซึ่งความนุ่มนวลอย่างแน่นอน และนั่นยังหมายความต่ออีกว่า คุณไม่ใช่กลุ่มลูกค้าที่แท้จริงของ X5 และควรหันไปมองหาทางเลือกอื่นในท้องตลาด
SAV (Sports Activity Vehicle) คือชื่อที่ BMW ใช้เรียกรถในตระกูลขับเคลื่อนสี่ล้อของตัวเอง เพื่อบอกให้รู้ถึงความแตกต่างที่มีต่อรถ SUV ทั่วไป ด้วยจุดประสงค์ในการใช้งานที่มุ่งเน้นในการขับขี่แบบ On Road เป็นหลัก และโฟกัสไปที่การนำสมรรถนะของเครื่องยนต์มาใช้ให้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นับเป็นรถในฝันของกลุ่มคนที่ชอบความบึกบึนดุดันแต่ก็ยังมีใจให้ความสวยงามสไตล์รถสปอร์ต หลังจากที่ X5 ต้องพักยาวเพราะพิษไข้ที่เกิดจากอัตราภาษีใหม่มาระยะหนึ่ง แต่ทาง BMW ก็ยังมองเห็นช่องทางการทำตลาดของรถรุ่นนี้อยู่ ประกอบกับที่ตัวรถเองก็ได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าในหลายๆ ด้านอยู่แล้ว X5 จึงได้เวลากลับมาแจ้งเกิดใหม่อีกครั้ง โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์ดีเซลสมรรถนะสูงของค่าย ที่มีความน่าสนใจทั้งในแง่ความประหยัดและในด้านสมรรถนะ แม้ราคาจะขยับขึ้นไปถึง 6,229,000 บาทก็ตาม แต่ถ้าเทียบกับค่าตัว X5 4.8i ที่หย่อน 10 ล้านอยู่เพียงไม่กี่แสนนั้น เจ้า X5 3.0d คันนี้จึงยิ่งดูน่าสนใจมากขึ้นหลายเท่า ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ในทันทีคือรูปลักษณ์?ที่โฉบเฉี่ยวคมคายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมองจากทางด้านหน้า กระจกมองข้างถูกปรับให้ดูปราดเปรียว ไม่เทอะทะ เหมือนรุ่นแรก ล้อแม็กลายใหม่ดูสปอร์ต ปราดเปรียวและหรูหรามากขึ้น ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ที่เห็นชัดคือคันเกียร์ใหม่ มีการทำงานเหมือนจอยสติ๊กซึ่งต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกันหน่อย รวมถึงเบรกมือไฟฟ้าที่ใช้งานได้ง่ายเพียงแค่กดปุ่ม แต่คันเกียร์สุดเท่และพวงมาลัยสามก้านแบบสปอร์ตก็ยิ่งช่วยทำให้ห้องโดยสารดูน่าสนใจกว่าเดิมมาก เรื่องการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารทำได้ดี นอกจากจะมีฉนวนกันเสียงกันความร้อนที่ฝากระโปรงหน้าและ Fire Wall แล้ว ยังมีการบุฟองน้ำที่อุโมงค์ล้ออีกด้วย เมื่ออยู่ภายในห้องโดยสารจึงรู้สึกเงียบสบาย มีเพียงเสียงของเครื่องยนต์ครางพอเร้าอารมณ์ในช่วงประมาณ 2,500 รอบ/นาทีขึ้นไป จนเมื่อความเร็วขึ้นสูงกว่า 130 กม./ชม. จึงจะเริ่มได้ยินเสียงลมดังขึ้นเป็นลำดับ ส่วนทัศนวิสัยโดยรวมนั้น ถือว่าดี เพราะที่นั่งคนขับอยู่สูง สามารถมองเห็นได้เคลียร์รอบด้านจะมีจุดบอดอยู่บ้างก็เวลาถอยหลังเนื่องจากเสาหลังมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ก็ชดเชยด้วยระบบสัญญาน กะระยะเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น

HONDA Civic 1.8 E Navi

รูปร่างหน้าตาโฉบเฉี่ยวล้ำสมัยตั้งแต่รุ่นแรก พอมาถึงรุ่นปรับปรุงโฉมทางค่ายจึงไม่ต้องทำการบ้านอะไรมาก แค่... หลายท่านอาจมีคำถามเกิดขึ้นในใจ New HONDA Civic จะมีอะไรใแปลกใหม่ นอกเหนือจากการเป็นคอมแพกต์คาร์รุ่นแรกของบ้านเราที่มีการติดตั้งระบบนำทางหรือเนวิเกเตอร์ออกมาจากโรงงาน (เฉพาะรุ่น 1.8 E Navi และ 2.0 EL Navi) นอกนั้นแทบไม่เห็นความ
แตกต่าง แต่ที่จริงนั้น ความเปลี่ยนแปลงมีอยู่หลายจุด เริ่มจากชิ้นส่วนใหม่ที่ถูกเพิ่มเติมเข้าไปอย่างกันชนหน้าที่มีลักษณะคล้ายกับชิ้นส่วนมาตรฐานของ ‘Civic Type R’ แต่ถ้าดูกันลึกๆ แล้วก็ไม่ใช่ชิ้นเดียวกันอยู่ดีรวมทั้งจุดยึด และขนาดของแก้มหน้าที่ต่างกันด้วย ดังนั้นบรรดาสาวก Type R’ ทั้งหลายจึงยังต้องดิ้นรนพึ่งพาชิ้นส่วนจากต่างประเทศกันต่อไป
กระจังหน้าก็ถูกออกแบบใหม่เพื่อให้รับกับโคมไฟหน้าแบบ Smoked Chrome ที่ดูคมเข้ม ส่วนด้านหลังนั้นเปลี่ยนมาใช้ไฟท้ายทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งทำให้ 1.8 E Navi คันนี้ดูแทบไม่ต่างจากรุ่น 2.0 EL ยกเว้นล้อแม็ก และรายละเอียดบางอย่าง เช่น ตัวหนังสือติดท้ายรถ ส่วนเซ็นเซอร์ถอยหลังแบบ 4 จุดเป็นออพชั่นที่พนักงานขายมักเสนอให้ติดตั้งอยู่แล้ว) การออกแบบภายในห้องโดยสารของรถยนต์รุ่นนี้ถือได้ว่า ‘ล้ำหน้า’ กว่าชาวบ้านอยู่มากโข แม้กระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่ ‘เอ้าท์’ แต่สิ่งที่เป็นไฮไลต์ย่อมหนีไม่พ้นระบบนำทาง (Navigation System) ที่ใช้งานง่ายด้วยระบบหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องเล่นดีวีดี ทำให้เจ้าของรถสามารถ ‘ต่อยอด’ ไปเล่นกับระบบเสียง 5.1 รอบทิศทางได้แบบไม่ต้องดัดแปลงอะไรกันให้ยุ่งยากวุ่นวาย และถูกติดตั้งในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน โดยเป็นการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยในระหว่างการขับขี่ 
ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของการพัฒนารถยนต์แต่ละรุ่นในยุคปัจจุบันของทุกค่าย การออกแบบปุ่มควบคุมระบบต่างๆ ในห้องโดยสารจึงอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีช่องต่อ AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอกมาให้พร้อม พวงมาลัยรูปทรงเท่วงเดิม เป็นที่คุ้นตากันดี แต่เป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นด้านซ้ายมีปุ่มควบคุมการทำงานของระบบเครื่องเสียง (เป็นอุปกรณ์มาตร-ฐานของทุกรุ่น) ส่วนด้านขวาเป็นที่อยู่ของสวิตช์ควบคุมระบบ Cruise Control ถัดลงมาจะเป็นจอแสดงผลของระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ทางด้านของระบบเพื่อความปลอดภัยภายในห้องโดยสารนั้นนอกจากโครงสร้างนิรภัยก็มีถุงลมนิรภัยคู่หน้ากับเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติคู่หน้า เมื่อเปิดฝากระโปรงขึ้นเห็นขุมพลังที่ใช้ในการขับเคลื่อนแล้ว คงรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตากันทุกท่าน เพราะมันคือเครื่องยนต์บล็อค R18A ตัวเดิม ซึ่งถ้ามองจากภายนอกนั้น หลายท่านอาจไม่อยากจะเชื่อน้ำยาสักเท่าไหร่ เพราะลักษณะของฝาวาล์วที่ผอมลีบของเครื่องยนต์แบบเพลาราวลิ้นเดี่ยวเหนือฝาสูบ (SOHC) จึงดูไม่น่าเกรงขามเหมือนเครื่องยนต์บล็อค ‘K’ ซึ่งไม่ใช่แบบเพลาราวลิ้นคู่ (DOHC) ที่ประจำการอยู่ในรุ่น 2.0 EL เครื่องยนต์ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1,799 ซีซี พร้อมระบบแปรผันวาล์ว i-VTEC จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดมัลติ-พอยท์ PGM-FI เครื่องนี้ ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที 
แรงบิดสูงสุด 174 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ทำงานร่วมกับคัน-เร่งไฟฟ้าที่มีความแม่นยำในการสั่ง-จ่ายน้ำมัน การเซ็ทน้ำหนักของคันเร่งทำได้ใกล้เคียงกับคันเร่งแบบสาย กับการใช้งานในเมืองช่วงความเร็วต่ำๆเครื่องยนต์มีความกระฉับกระเฉงพอเพียง เสียงจากการทำงานของเครื่อง-ยนต์ก็รื่นหู เมื่อหมุนเกิน 3,000 รอบ
ต่อนาทีไปแล้ว รอบเครื่องยนต์จะกวาดขึ้นรวดเร็วกว่าช่วงรอบต้นอย่างชัดเจน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากอะไรกับเครื่องยนต์ที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่บรรจุอยู่มากมาย การทำงานของเกียร์อัตโนมัติลูกนี้สามารถตอบสนองได้อย่างทันอกทันใจผู้ขับขี่จนทำให้ลืมเรื่อง ‘แพดเดิลชิฟท์’ ที่มีให้เฉพาะในรุ่น 2.0 EL จนสนิท

นิตยสาร TOP GEAR

นิตยสารรถยนต์ที่ถูกกล่าวขวัญถึงเป็นอันดับ 1 บนเกาะอังกฤษ ด้วยความจัดจ้านในแง่ของการวิเคราะห์เชิงลึก และความสนุกสนานในการนำเสนอ ในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ร้อนแรง จัดจ้าน และสะใจ กับรถที่หลายคนฝันถึงจะถูกตีแผ่อย่างถึงกึ๋น ด้วยทีมทดสอบที่มากด้วยประสบการณ์ โดยเฉพาะนักขับระดับตำนานในชุดขาวกับหมวกกันน็อคที่เป็นเอกลักษณ์ ผู้ที่สามารถเค้นสมรรถนะของตัวรถออกมาได้ถึงขีดสุด ด้วยฝีมือการขับระดับพระกาฬที่ยากจะหาตัวจับได้

ดูฉบับทั้งหมด


บุคคล

#กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม (เจเจ)#กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา#กันต์ กันตถาวร#ชลิตา ส่วนเสน่ห์ (น้ำตาล)#ณภัทร เสียงสมบุญ (นาย)#ณเดชน์ คูกิมิยะ (แบรี่)#อุรัสยา เสปอร์บันด์ (ญาญ่า)#มาริโอ้ เมาเร่อ (โอ้)#จรินทร์พร จุนเกียรติ (เต้ย)#พาขวัญ สหวงษ์ (มะลิ)#อารยา เอ ฮาร์เก็ต (ชมพู่)#พัชราภา ไชยเชื้อ (อั้ม)#ตรีชฎา มาลยาภรณ์ (ปอย)#ดาวิกา โฮร์เน่ (ใหม่)#ปริญ สุภารัตน์ (หมาก)#คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ (คิม)#เจษฎาภรณ์ ผลดี (ติ๊ก)#จิรายุ ตั้งศรีสุข (เจมส์จิ)#ศุกลวัฒน์ คณารศ (เวียร์)#ราณี แคมเปน (เบลล่า)#ณัฐ ศักดาทร (นัท AF4)#ปราชญา เรืองโรจน์ (สิงโต)#พีรวัส แสงโพธิรัตน์ (คริส)#ลลนา ก้องธรนินทร์ (เจี๊ยบ)#ภูภูมิ พงศ์ภาณุ (เคน)