นิตยสาร MODERN MOM

ปีที่ 13 ฉบับที่ 149 March 2008

ดูฉบับทั้งหมด

ข้อความบนปก

ปีที่ 13 ฉบับที่ 149 มีนาคม 2551

กมลชนก เขมะโยธิน For Baby รู้จักกรดไหลย้อนต้นเหตุลูกแหวะนม เลี้ยงลูกในห้องแอร์ อาหารเสริมเบบี๋ เวอร์ชั่นนานาชาติ

รายละเอียด

ประเภท : นิตยสารแม่และเด็กรายเดือน

ราคาบนปก : ไม่มีราคา

ISSN : -

บริษัท : บริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด

เว็บไซต์ : www.modernmommag.com

อีเมล : webmaster@momypedia.com

วางแผง : 1 มกราคม 2543

ไม่มีการจำหน่ายนิตยสาร (เล่มกระดาษ) บนเว็บไซต์แล้ว
มีเฉพาะฉบับดิจิตอล (e-magazine) ที่อ่านผ่าน App Ookbee เท่านั้น

สั่งซื้อนิตยสาร MODERN MOM ปีที่ 13 ฉบับที่ 149 มีนาคม 2551 ฉบับดิจิตอล (Digital Version) กับ Ookbee

ซื้อเลย
ตัวอย่างเนื้อหา

เนื้อหาเด่นในเล่ม

นิตยสาร Modern Mom นิตยสารเลี้ยงลูกยอดนิยมของแม่ยุคใหม่เพื่อความสมดุลของชีวิต นิตยสารรายเดือนเพื่อการเลี้ยงลูก นำเสนอเนื้อหาเชิง How To จากแพทย์ และผู้เชียวชาญ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ยุคใหม่ เป็นเหมือนเพื่อนช่วยคุณแม่เลี้ยงลูก และทำให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ปีที่ 13 ฉบับที่ 149 มีนาคม 2551 Website: www.raklukefamilygroup.com E-mail: mmm@raklukegroup.com ปรับโฉมคอลัมน์ใหม่ ถูกใจคุณแม่มือใหม่และลูกน้อยกว่าเดิม ด้วยเนื้อหาเต็มอิ่มแบ่งตามภาค ได้แก่ Spotlightกาลครั้งหนึ่ง วินาทีเฉียดตาย “นิทานชีวิตของพ่อ” บทเรียนสอนลูก Modern mom : กวาง กมลชนก เขมะโยธินภาค Baby to Toddler 0-6 Yrs. กรดไหลย้อนต้นเหตุลูกแหวะนม เลี้ยงลูกในห้องแอร์ ดูแลลูกคลอดก่อนกำหนด แนะอุปกรณ์ช่วยลดอุบัติเหตุในบ้าน โตเร็วเกินไว เรื่องใหญ่อย่ามองข้าม ลูกโตสมวัย...อย่าละเลยเรื่องกล้ามเนื้อและกระดูก 6Q ที่ควรรู้ ทักษะสำคัญเพื่อลูกน้อย อาหารเสริมเบบี๋ เวอร์ชั่นนานาชาติภาค Q&AQ&A Baby ผศ.พญ.จันทนา พันธ์บูรณะ กระตุ้นพัฒนาการลูกน้ำหนักแรกเกิดน้อย รศ.นพ.สังคม จงพิพัฒน์วณิชย์ กังวลลูกน้ำหนักขึ้นช้า ปลูกฝีไม่ติดต้องฉีดซ้ำ นพ.ปริยุทธิ์ เจียรพัฒนาคม สาเหตุขาโก่ง ลูกยังทรงตัวไม่ดี ล้มหัวฟาดพื้นบ่อยเป็นอันตราย Q&A Food รศ.ดร.นพ.ประสงค์ เทียนบุญ ขอวิธีแก้ลูกท้องผูกแบบธรรมชาติ อยากเพิ่มน้ำหนักตัวลูก นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี ลูกควรกินข้าวมื้อละกี่ช้อนโต๊ะ Q&A Pregnancy รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ แม่เป็นลูกหอบหืดลูกมีโอกาสเป็นไหม G6PD และทาลัสซีทเยกระทบลูกในครรภ์ไหมภาค Pregnancy & Mom พัฒนาการสมองลูกในท้อง 9เดือนในท้องแม่ เรื่องของเต้า เครื่องมือในห้องคลอด กินแก้ 4อาการ (ยามท้อง) รับมือไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ Down syndrome หลากทางเลือกตรวจดาวน์ซินโดรมลูกในท้อง

กรดไหลย้อน / เรื่อง : ผศ. พญ.ปานียา เพียรวิจิตร

กรดไหลย้อน ต้นเหตุลูก'แหวะนม' อาการแหวะนมในเด็กทารก ช่วงวัย 6 เดือนแรกนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าลูกแหวะนม บวกกับอาการแทรกซ้อนอื่นก็เป็นเรื่องไม่ควรมองข้ามนะคะ เพราะลูกอาจเป็นโรคกรดไหลย้อน ซึ่งโรคนี้จะทำให้ลูกมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ แทรกซ้อนตามมาได้ เหตุเกิดจากหูรูดหลอดอาหาร ภาวะไหลย้อนจากกระเพาะสู่หลอดอาหารในเด็ก เกิดจากหูรูดบริเวณหลอดอาหารส่วนปลายไม่แข็งแรง ทำให้นมหรืออาหาร รวมทั้งกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมา ส่วนสาเหตุอื่นที่อาจจะพบร่วมบ่อยๆ คือ อาจเกิดจากความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น เกิดจากความผิดปกติของการบีบรัดตัวของกระเพาะอาหาร รวมทั้งการบีบรัดตัวของหลอดอาหารด้วย แหวะนมแบบไหนไม่ธรรมดา แน่นอนค่ะว่าอาการสำคัญของโรคที่จะเห็นคือแหวะนม ซึ่งปกติทารกแรกเกิด–6 เดือนมีอาการแหวะนมบ้างเล็กน้อย แต่ถ้ามีอาการแหวะออกมาหลายๆ ครั้งต่อวัน และแต่ละครั้งมีปริมาณมาก บวกกับอาการงอแงผิดปกติหลังดูดนม ให้สงสัยว่าลูกอาจเป็นโรคกรดไหลย้อน นอกจากลูกจะแหวะนมแล้ว อาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ด้วย ได้แก่ น้ำหนักตัวน้อย อาการของเลือดจาง อาเจียนเป็นเลือด หรือมีความผิดปกติของระบบอวัยวะอื่นๆ ได้แก่ ไอเรื้อรัง เสียงแหบ ปอดติดเชื้อบ่อยๆ หรือหอบหืด โดยที่ลูกไม่มีอาการแหวะนมเลย ในกรณีของอาการที่เกิดในระบบอวัยวะอื่นๆ ดังกล่าว มักทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้นึกถึงว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน แต่เมื่อรักษาตามอาการก็หายเพียงชั่วคราวแล้วเกิดเป็นซ้ำอีกค่ะ กรณีแบบนี้ถ้าคุณหมอที่รักษาสงสัยว่าจะเป็นเรื่องโรคกรดไหลย้อน ก็จะส่งให้คุณหมอเฉพาะทางโรคทางเดินอาหารในเด็กตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม 3 หนทางวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อน การตรวจวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อนนั้นมี 3 วิธีค่ะ 1. กลืนแป้ง กรณีของเด็กเล็กที่มีอาการอาเจียนมาก ควรต้องแยกโรคที่ทำให้เกิดลำไส้อุดตันหรือทางเดินอาหารผิดปกติแล้วทำให้มีอาการอาเจียนออกก่อนนะคะ โดยทั่วไปแล้วจะใช้วิธีให้เด็กกลืนแป้ง (สารทึบแสง) แล้วถ่ายภาพเอ็กซเรย์ เพื่อดูหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ว่ามีความผิดปกติที่อาจเป็นสาเหตุของอาการอาเจียนหรือไม่ การตรวจด้วยการกลืนแป้งนี้ บางครั้งก็สามารถช่วยวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อนได้ เมื่อเห็นว่าแป้งที่กลืนลงไปในกระเพาะแล้วไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหาร 2. ตรวจเลือด ต้องตรวจเลือดเพิ่มเติม ถ้าสงสัยว่าเด็กมีโรคทางเมตาบอลิกที่ผิดปกติ เพราะจะมีสารบางอย่างที่เป็นพิษต่อร่างกาย จนทำให้เกิดการอาเจียน 3. วัดความถี่และปริมาณกรดไหลย้อน มักใช้สำหรับอาการที่เกิดในระบบอวัยวะอื่นๆ โดยที่ลูกไม่มีอาการอาเจียนหรือแหวะนมร่วมด้วย ซึ่งการตรวจวิธีนี้ทำได้โดยใส่สายทางจมูกลงไปถึงบริเวณหลอดอาหารส่วนปลาย เพี่อวัดปริมาณและความถี่ของกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาเป็นเวลา 24 ชั่วโมง วิธีนี้จะช่วยในการวินิจฉัยได้แม่นยำ แต่เด็กต้องนอนในโรงพยาบาลประมาณ 1 คืน และการตรวจวิธีนี้ไม่มีในโรงพยาบาลทั่วไป จึงเป็นข้อจำกัดของการตรวจอย่างหนึ่ง

พัฒนาการลูกในครรภ์ / เรื่อง : รศ.พญ.เฉลิมศรี ธนันตเศรษฐ

สมองลูก ... 9 เดือนในท้องแม่ สมองมนุษย์ถือเป็นอวัยวะที่มีวิวัฒนาการสูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ นอกจากนั้นสมองยังเป็นอวัยวะสำคัญที่ควบคุมระบบต่างๆ ของร่างกาย ดังนั้นคุณแม่จึงควรให้ความสำคัญกับการเติบโตของสมองลูกตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ เพื่อให้สมองของลูกพัฒนาและมีวิวัฒนาการตามลำดับอย่างสมบูรณ์แข็งแรงเช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ ค่ะ ………………………………………………. 38 สัปดาห์ของการเติบโต ช่วงแรก ... สมองเริ่มปรากฏ ตัวอ่อน 4 สัปดาห์ : สมองของลูกในครรภ์เริ่มปรากฎ เป็นระยะ 150 เซลล์ ซึ่งจะแบ่งเป็นเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ชั้นแรกจะถูกกำหนดให้เป็นส่วนของระบบประสาท ผิวหนัง และผม ช่วง 5 - 9 สัปดาห์ : จะมีการเติบโตของสมองและระบบประสาทในไขสันหลังอย่างรวดเร็วจากท่อประสาท (neural tube) และจะเริ่มมีการสร้างเนื้อเยื่อของ ตา หู และลิ้น ซึ่งเป็นส่วนโสตรับรู้ในการกระตุ้นและพัฒนาสมองในเวลาต่อมาเกิดขึ้นด้วย ช่วงที่ 2 ... เติบโตและพัฒนาผ่านโสตสัมผัส เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจของคุณแม่จะขอเรียบเรียงการเจริญเติบโตและการพัฒนาอวัยวะที่เกี่ยวข้องคือโสตสัมผัสต่างๆ ในการป้อนข้อมูลการเรียนรู้เข้าสู่สมอง ตามอายุครรภ์นับจาก 10 สัปดาห์ ซึ่งจะเรียกว่าเป็นระยะทารก (fetus) แล้ว 10 สัปดาห์ : สมองแบ่งเซลล์อย่างรวดเร็วมาก ศีรษะลูกจึงจะมีขนาดเท่ากับครึ่งหนึ่งของลำตัว จะเริ่มมีเปลือกตาคลุมบริเวณตาสองข้าง 11 -14 สัปดาห์ : สมองสั่งการให้ลูกดิ้นและเตะไปรอบๆ ได้ แต่ยังแรงไม่พอที่คุณแม่จะรับรู้ได้ 15 สัปดาห์ : จะเริ่มมีกระดูก 3 ชิ้นในหูชั้นกลางของลูก แต่ยังไม่เชื่อมโยงกับศูนย์การได้ยินในสมอง 16 – 18 สัปดาห์ : ลูกจะเริ่มดูด กลืน สะอึก และกะพริบตาได้ แต่ยังไม่สมบูรณ์ 19 สัปดาห์ : เส้นประสาทจะเริ่มมีไขมันที่เรียกว่า myelin หุ้มลูกเริ่มจัดระเบียบการตื่นและการนอน 20 สัปดาห์ : ประสาทรับรู้เกี่ยวกับการรู้รส ได้กลิ่น ได้ยิน การเห็น สัมผัส จะเริ่มมีการพัฒนาในสมองส่วนที่รับผิดชอบในลักษณะซับซ้อนขึ้น 21-22 สัปดาห์ : ในสมองชั้นกลาง จะมีโรงงานผลิตเซลล์สมองที่เร่งการผลิตอย่างรวดเร็วถึง 25,000 เซลล์ต่อนาทีและจะสลายไปไม่นานหลังคลอด แต่ยังทิ้งโปรแกรมการผลิตต่อเนื่องไปจนกระทั่งลูกอายุ 5 ขวบ ช่วงนี้ลูกจะเริ่มจำเสียงคุณพ่อซึ่งเป็นเสียงทุ้มได้ก่อนเสียงแหลมของคุณแม่ น่าอิจฉาจริงๆ เลยนะคะ 23 สัปดาห์ : ลูกจะรู้สึกขมได้ตามรสอาหารขมของคุณแม่ และกลืนเก่งขึ้นค่ะ 24-29 สัปดาห์ : กระดูกสันหลังจะแข็งแกร่งขึ้น ประกอบด้วย 150 ข้อ 33 วง แหวนยึดข้อ และ 1,000 เส้นเอ็นที่มาช่วยยึดข้อให้ติดกัน จะเริ่มจับคลื่นสมองของลูกได้ ช่วงนี้คุณแม่สามารถพูดคุย เล่านิทานเปิดเพลงที่มีท่วงทำนองช้าๆ ขึ้นลง และจอตาของลูกจะสมบูรณ์ หนีแสงไฟได้ แยกความสว่างและความมืดได้ค่ะ เรียกว่าลูกจะเริ่มจดจำเสียงของคุณพ่อและคุณแม่ได้ค่ะ ส่วนอายุสมองในสัปดาห์ต่อไปจนถึงคลอด รวมถึงรู้จักสมองส่วนต่างๆ สามารถติดตามอ่านได้ในนิตยสาร Modern mom ฉบับเดือนมีนาคม 2551 ค่ะ

ภาพในเล่ม โดย กวาง กมลชนก เขมะโยธินและลูกสาว

นิตยสาร MODERN MOM

กมลชนก เขมะโยธิน For Baby รู้จักกรดไหลย้อนต้นเหตุลูกแหวะนม เลี้ยงลูกในห้องแอร์ อาหารเสริมเบบี๋ เวอร์ชั่นนานาชาติ

ดูฉบับทั้งหมด


บุคคล

#กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม (เจเจ)#กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา#กันต์ กันตถาวร#ชลิตา ส่วนเสน่ห์ (น้ำตาล)#ณภัทร เสียงสมบุญ (นาย)#ณเดชน์ คูกิมิยะ (แบรี่)#อุรัสยา เสปอร์บันด์ (ญาญ่า)#มาริโอ้ เมาเร่อ (โอ้)#จรินทร์พร จุนเกียรติ (เต้ย)#พาขวัญ สหวงษ์ (มะลิ)#อารยา เอ ฮาร์เก็ต (ชมพู่)#พัชราภา ไชยเชื้อ (อั้ม)#ตรีชฎา มาลยาภรณ์ (ปอย)#ดาวิกา โฮร์เน่ (ใหม่)#ปริญ สุภารัตน์ (หมาก)#คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ (คิม)#เจษฎาภรณ์ ผลดี (ติ๊ก)#จิรายุ ตั้งศรีสุข (เจมส์จิ)#ศุกลวัฒน์ คณารศ (เวียร์)#ราณี แคมเปน (เบลล่า)#ณัฐ ศักดาทร (นัท AF4)#ปราชญา เรืองโรจน์ (สิงโต)#พีรวัส แสงโพธิรัตน์ (คริส)#ลลนา ก้องธรนินทร์ (เจี๊ยบ)#ภูภูมิ พงศ์ภาณุ (เคน)